อว. ไฟเขียว “ครูคืนถิ่น เฟส 2” ตั้งเป้า 1.6 หมื่นอัตรา ปักหมุดปี 2570 รับรุ่นแรก 1,552 ทุน บรรจุตรงภูมิลำเนาไม่ต้องสอบแข่งรอบทั่วไป!

teacher16

สำนักข่าวการศึกษาไทย : การได้กลับไปพัฒนาบ้านเกิดพร้อมความมั่นคงในอาชีพ ถือเป็นเป้าหมายสูงสุดของนักศึกษาครูหลายคน โครงการ “ผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น” (ครูคืนถิ่น) เป็นโครงการที่ตอบโจทย์นี้โดยตรง บทความนี้จะพาทุกคนไปเจาะลึกตั้งแต่ประวัติความเป็นมา สิทธิประโยชน์ ความคืบหน้าล่าสุดของการก้าวเข้าสู่ระยะที่ 2 ของโครงการ รวมถึงแนวทางการเตรียมตัวเพื่อคว้าทุนในปีการศึกษา 2570 ที่กำลังจะถึงนี้

1. ประวัติความเป็นมาและความสำคัญ

โครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น เกิดจากความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ นำโดยกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยมีเป้าหมายหลักคือ “การดึงคนเก่ง คนดี กลับไปพัฒนาชุมชนบ้านเกิด”

ในอดีต ระบบการบรรจุครูมักจะทำให้ครูใหม่ต้องไปประจำการในพื้นที่ห่างไกลที่ไม่ใช่ภูมิลำเนาของตน ส่งผลให้เกิดปัญหาการขอย้ายกลับบ้านเกิดบ่อยครั้ง โรงเรียนในท้องถิ่นขาดความต่อเนื่องในการพัฒนา โครงการนี้จึงถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหานี้โดยเฉพาะ ด้วยการคัดเลือกผู้ที่มีภูมิลำเนาในพื้นที่นั้นๆ เข้ามาเรียนครู เพื่อสร้างความผูกพันและยกระดับคุณภาพการศึกษาในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

2. จุดเด่นและสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับ

สิ่งที่ทำให้โครงการนี้ได้รับความสนใจอย่างสูงสุด คือ “หลักประกันความมั่นคง” และ “การพัฒนาศักยภาพ” ที่เหนือกว่าการสอบแข่งขันทั่วไป:

การันตีการมีงานทำและบรรจุเข้ารับราชการ: ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกและสำเร็จการศึกษาตามเงื่อนไขของโครงการ จะได้รับการรับประกันการมีงานทำ โดยบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครู ตำแหน่งครูผู้ช่วย ทันทีโดยไม่ต้องไปแข่งขันในรอบทั่วไป

ได้ทำงานใกล้บ้านตรงภูมิลำเนา: ตำแหน่งที่เปิดรับจะระบุโรงเรียนในภูมิลำเนาอย่างชัดเจน โดยเลือกบรรจุในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) หรือสังกัดกรุงเทพมหานคร (กทม.)

สวัสดิการข้าราชการเต็มรูปแบบ: ได้รับสิทธิประโยชน์และสวัสดิการรักษาพยาบาล กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) และความก้าวหน้าทางวิทยฐานะตามกฎหมาย

ข้อผูกพันสำคัญ: ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจะต้องเข้าร่วมกิจกรรมพิเศษตามที่โครงการกำหนด และเมื่อสำเร็จการศึกษาได้รับการบรรจุแต่งตั้งแล้ว จะต้องปฏิบัติงานในสถานศึกษาที่บรรจุเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี นับตั้งแต่วันที่ได้รับการบรรจุ โดยไม่มีการโอนหรือโยกย้ายไปยังสถานศึกษาอื่นหรือหน่วยงานอื่น เว้นแต่จะลาออกจากราชการ

3. อัปเดตความคืบหน้าครั้งใหญ่: ก้าวสู่เฟส 2 และแผนรับสมัครปี 2570

คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ 2 เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 โดยโครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อผลิตครูระบบจำกัดรับที่มีทักษะและสมรรถนะสูง มีความรู้ทางวิชาการและบูรณาการกับความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพ และมีอุดมการณ์ในวิชาชีพครู ในสาขาวิชาและพื้นที่ขาดแคลน โดยตั้งเป้าหมายผลิตครูในระยะยาวรวมกว่า 1.6 หมื่นอัตรา

ศาสตราจารย์ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้ลงนามประกาศเกณฑ์การคัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ 2 เพื่อเข้าศึกษาหลักสูตรวิชาชีพครูระดับปริญญาตรี ประจำปีการศึกษา 2570 ไว้อย่างเป็นทางการดังนี้:

แผนการรับสมัครรุ่นแรก ปีการศึกษา 2570:

จำนวนทุนเปิดรับ: มีแผนรับสมัครนักศึกษารุ่นแรกจำนวน 1,552 อัตรา เพื่อเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาและสาขาวิชาตามที่โครงการกำหนด

คุณสมบัติทั่วไปของผู้สมัครร่วมโครงการปี 2570:

คุณสมบัติทางราชการ: มีคุณสมบัติทั่วไปตามมาตรา 30 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547

วุฒิการศึกษาและเกรดเฉลี่ย: เป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า และมีผลการศึกษาเฉลี่ยสะสม (GPAX) ไม่ต่ำกว่า 3.00

เกณฑ์ภูมิลำเนาการบรรจุ: ผู้สมัครต้องมีภูมิลำเนาตามสำเนาทะเบียนบ้านตรงกับจังหวัดที่จะบรรจุ โดยสามารถเลือกใช้ภูมิลำเนาได้ 3 รูปแบบ คือ ภูมิลำเนาของผู้สมัครเอง, ภูมิลำเนาของบิดา หรือภูมิลำเนาของมารดา อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น ทั้งนี้ หากใช้ภูมิลำเนาของตนเอง จะต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านที่อยู่อาศัยมาแล้วเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 2 ปี นับถึงวันที่เริ่มรับสมัคร

กระบวนการเลือกอันดับบรรจุและสถาบัน:

ผู้สมัครมีสิทธิ์เลือกสมัครได้ไม่เกิน 3 สาขาวิชา ตามสถาบันอุดมศึกษาที่โครงการกำหนด

ผู้สมัครสามารถเลือกประเภทสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพฐ.) หรือพื้นที่กลุ่มเขตที่จะบรรจุ (กทม.) ได้จำนวน 5 อันดับ

4. เจาะลึกเกณฑ์คะแนนและสัดส่วนค่าน้ำหนักข้อสอบ (ปีการศึกษา 2570)

ในระยะที่ 2 นี้ การรับบุคคลเข้าศึกษาจะดำเนินการผ่านระบบการคัดเลือกกลาง TCAS ของที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) โดยมีเกณฑ์สำคัญสูงสุดคือ ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกต้องมีคะแนนในภาพรวมไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50

หากกรณีที่ผลคะแนนในภาพรวมเท่ากัน โครงการจะพิจารณาเรียงลำดับตามผลรวมของคะแนน TGAT และ TPAT 5 ก่อน หากยังเท่ากันอีกจะให้สิทธิ์ผู้ที่มีเลขที่ใบสมัครลำดับก่อนเป็นผู้ได้รับการคัดเลือก

ตารางต่อไปนี้คือสัดส่วนค่าน้ำหนัก (ร้อยละ) ของแต่ละวิชาแยกตามสาขาวิชาเอกหลักที่เปิดรับสมัคร:

สาขาวิชาเอก คุณสมบัติ GPAX TGAT TPAT 5 TPAT 2 (ศิลปกรรม) A-Level คณิต 1 A-Level คณิต 2 A-Level วิทย์ A-Level ฟิสิกส์ A-Level เคมี A-Level ชีวะ A-Level สังคม A-Level ไทย A-Level อังกฤษ

คณิตศาสตร์

ตั้งแต่ 3.00 ขึ้นไป

15

15

–

20

–

10

– – –

10

10

20

วิทยาศาสตร์ทั่วไป

ตั้งแต่ 3.00 ขึ้นไป

15

15

– –

10

20

– – –

10

10

20

ฟิสิกส์

ตั้งแต่ 3.00 ขึ้นไป

15

15

– –

10

10

10

– –

10

10

20

เคมี

ตั้งแต่ 3.00 ขึ้นไป

15

15

– –

10

10

–

10

–

10

10

20

ชีววิทยา

ตั้งแต่ 3.00 ขึ้นไป

15

15

– –

10

10

– –

10

10

10

20

คอมพิวเตอร์

ตั้งแต่ 3.00 ขึ้นไป

15

15

– –

15

15

– – –

10

10

20

ภาษาไทย

ตั้งแต่ 3.00 ขึ้นไป

15

15

– –

10

10

– – –

10

20

20

ภาษาอังกฤษ

ตั้งแต่ 3.00 ขึ้นไป

15

15

– –

10

10

– – –

10

10

30

สังคมศึกษา

ตั้งแต่ 3.00 ขึ้นไป

15

15

– –

10

10

– – –

20

10

20

ศิลปศึกษา / ดนตรีศึกษา

ตั้งแต่ 3.00 ขึ้นไป

15

15

20 (ตามเอก)

–

15

– – – –

5

5

10 / 20

นาฏศิลป์

ตั้งแต่ 3.00 ขึ้นไป

15

15

20 (TPAT23)

–

20

– – – –

5

5

20

ปฐมวัย / ประถมศึกษา

ตั้งแต่ 3.00 ขึ้นไป

15

15

– –

10

10

– – –

15

15

20

พลศึกษา / สุขศึกษา

ตั้งแต่ 3.00 ขึ้นไป

15

15

– –

10

10

– – –

15

15

20

การศึกษาพิเศษ

ตั้งแต่ 3.00 ขึ้นไป

15

15

– –

10

10

– – –

15

15

20

จิตวิทยาและการแนะแนว

ตั้งแต่ 3.00 ขึ้นไป

15

15

– –

10

10

– – –

15

15

20

คหกรรม / เกษตร / อุตสาหกรรม

ตั้งแต่ 3.00 ขึ้นไป

15

15

– –

10

10

– – –

15

15

20

(หมายเหตุ: ทุกสาขาวิชาผู้ผ่านการคัดเลือกต้องทำคะแนนรวมในภาพรวมไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50)

5. เงื่อนไขสำคัญเมื่อสำเร็จการศึกษา (ก่อนการบรรจุแต่งตั้ง)

เพื่อตอกย้ำแนวคิดคุณภาพสูง นักศึกษาที่ผ่านการคัดเลือกและเรียนจนจบหลักสูตรปริญญาตรีแล้ว จะต้องผ่านเกณฑ์ชี้วัดความสามารถส่วนบุคคลเพิ่มเติมอีก 3 ข้อ จึงจะได้รับการบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูผู้ช่วย:

รักษาเกรดเฉลี่ยตลอดหลักสูตร: ต้องได้เกรดเฉลี่ยสะสมรวม (GPAX) ทุกวิชา, เกรดเฉลี่ยสะสมในวิชาเอก และเกรดเฉลี่ยสะสมในวิชาชีพครู ไม่ต่ำกว่า 3.00 ตามข้อบังคับของสถาบันอุดมศึกษาที่สังกัด

ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู: ต้องสอบได้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูชั้นต้น (Basic Teaching License : B License)

ผ่านเกณฑ์ทดสอบภาษาอังกฤษขั้นสูง: ต้องยื่นผลคะแนนภาษาอังกฤษตามเกณฑ์ที่กำหนดก่อนการบรรจุ ดังนี้:

วิชาเอกภาษาอังกฤษ: ต้องได้คะแนนทดสอบระดับสูง ได้แก่ TOEFL ITP ไม่ต่ำกว่า 550, TOEFL iBT ไม่ต่ำกว่า 79, IELTS ไม่ต่ำกว่า 6.5, TOEIC ไม่ต่ำกว่า 700 หรือ CU-TEP ไม่ต่ำกว่า 99

วิชาเอกอื่นๆ ทุกวิชา: ต้องมีผลทดสอบภาษาอังกฤษเช่นกัน โดยเกณฑ์ขั้นต่ำคือ TOEFL ITP ไม่ต่ำกว่า 473, TOEFL iBT ไม่ต่ำกว่า 52, IELTS ไม่ต่ำกว่า 4, TOEIC ไม่ต่ำกว่า 500 หรือ CU-TEP ไม่ต่ำกว่า 56

6. บทสรุปและการเตรียมตัวสำหรับนักเรียน

ประกาศเฟส 2 ประจำปีการศึกษา 2570 ชี้ให้เห็นว่าโครงการเน้นคัดกรอง “คนเก่งระดับตัวจริง” ตั้งแต่ก้าวแรกจนก้าวสุดท้ายของการเรียนครู สำหรับน้องๆ ม.ปลาย ที่สนใจเข้าร่วมโครงการ 1,552 อัตรานี้ สิ่งที่ต้องทำทันทีคือการรักษาเกรดเฉลี่ย ม.ปลาย ให้ไม่ต่ำกว่า 3.00 วางแผนลงสอบเก็บคะแนนระบบ TCAS (ทั้ง TGAT, TPAT5 และ A-Level) ให้ได้สัดส่วนคะแนนสูงสุด และหมั่นฝึกฝนทักษะภาษาอังกฤษควบคู่ไปด้วย เพื่อให้พร้อมรับสิทธิ์การบรรจุกลับไปพัฒนาสถานศึกษา ณ ภูมิลำเนาบ้านเกิดได้อย่างมั่นคงและสง่างาม

กลุ่มมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วม

สำหรับ “โครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ 2” (ปีการศึกษา 2570–2578) สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) ได้วางกลไกการคัดเลือกสถาบันอุดมศึกษาที่จะเข้ามาเป็น “สถาบันฝ่ายผลิตครู” ไว้อย่างเข้มงวดกว่าเฟสแรก โดยกำหนดเกณฑ์คุณภาพมาตรฐานหลักสูตร ระบบการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ และความพร้อมในการพัฒนาทักษะยุคใหม่ (Skills-First)

ในกระบวนการคัดเลือกนั้น สป.อว. จะให้แต่ละมหาวิทยาลัยยื่นข้อเสนอหลักสูตรวิชาชีพครูระดับปริญญาตรี (คณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์) เข้ามารับการประเมินเป็นรายปี ซึ่งกลุ่มมหาวิทยาลัยหลักที่มีศักยภาพสูงและผ่านเกณฑ์เข้าร่วมขับเคลื่อนโครงการในระยะที่ 2 นี้ ครอบคลุมสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ โดยแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ดังนี้ครับ:

1. กลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) ทั่วประเทศ

กลุ่มนี้ถือเป็นกำลังหลักสำคัญที่สุดของโครงการ เนื่องจากมีวิทยาเขตกระจายอยู่ตรงตามภูมิลำเนาของนักศึกษาและตอบโจทย์โรงเรียนปลายทางในพื้นที่ห่างไกลได้ดีที่สุด เช่น:

ภาคกลางและกรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา, มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร, มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี, มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา, มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม และมหาวิทยาลัยราชภัฏในกลุ่มภูมิภาคใกล้เคียง (เช่น มรภ.นครปฐม, มรภ.หมู่บ้านจอมบึง)

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี, มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด, มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา, มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ เป็นต้น

ภาคเหนือ: มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่, มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย, มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม, มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง

ภาคใต้: มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา, มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา, มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต, มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช

2. กลุ่มมหาวิทยาลัยแห่งชาติ/มหาวิทยาลัยรัฐส่วนกลางและภูมิภาค

เป็นสถาบันชั้นนำที่ผ่านเกณฑ์รับรองหลักสูตรสมรรถนะสูง มุ่งเน้นการผลิตครูในสาขาวิชาเอกวิกฤต (วิทยาศาสตร์, คณิตศาสตร์, ภาษาอังกฤษ, เทคโนโลยี) เช่น:

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (คณะครุศาสตร์)

มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (คณะศึกษาศาสตร์)

มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (ทั้งวิทยาเขตบางเขน และวิทยาเขตกำแพงแสน)

มหาวิทยาลัยขอนแก่น

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

มหาวิทยาลัยทักษิณ

มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

มหาวิทยาลัยพะเยา

มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

มหาวิทยาลัยมหิดล (มุ่งเน้นการสนับสนุนนวัตกรรมการเรียนรู้และหลักสูตรครูปริญญาโท)

3. กลุ่มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีและสายวิชาชีพ

เน้นการผลิตครูในกลุ่มวิชาชีพเฉพาะทางและเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อรองรับโรงเรียนสายสามัญที่มีการขยายวิชาเลือกด้านนวัตกรรม และโรงเรียนในสังกัดอื่นๆ:

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

กลุ่มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ที่เปิดสอนหลักสูตรครุศาสตร์อุตสาหกรรมหรือศึกษาศาสตร์

4. กลุ่มสถาบันอุดมศึกษาเอกชน (ที่ผ่านเกณฑ์ประเมินของ สป.อว.)

ในบางพื้นที่ที่สถาบันรัฐไม่สามารถครอบคลุมสาขาขาดแคลนได้ โครงการจะเปิดโอกาสให้วิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัยเอกชนที่มีหลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต/ครุศาสตรบัณฑิตที่ได้มาตรฐานเข้าร่วม เช่น:

วิทยาลัยบัณฑิตเอเชีย

มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่

ข้อแนะนำสำคัญสำหรับผู้สมัครปีการศึกษา 2570: เนื่องจากข้อกำหนดในระยะที่ 2 (เฟส 2) จะเชื่อมโยงผ่านระบบ TCAS ตัวคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ของแต่ละมหาวิทยาลัยจะประกาศโควตาและจำนวนทุนแยกตาม “สาขาวิชาเอก” และ “รหัสโรงเรียนที่จะไปบรรจุ” ไว้อย่างชัดเจนในระเบียบการรอบยื่นคะแนน ดังนั้น ก่อนสมัครน้องๆ ควรตรวจสอบว่าคณะครุศาสตร์ในมหาวิทยาลัยที่เราเลือก ได้จับคู่สิทธิ์บรรจุตรงภูมิลำเนาในจังหวัดของเราไว้หรือไม่ เพื่อรักษาผลประโยชน์สูงสุดของตนเอง

⏳ ไทม์ไลน์การคัดเลือกและช่วงเวลาสำคัญ (รุ่นแรก ปีการศึกษา 2570)

อ้างอิงจากรอบการรับสมัครรอบรับทุนในเครือข่ายรัฐบาลช่วง ปีการศึกษา 2569 ที่ผ่านมา (ซึ่งการรับสมัครทุนกลุ่มครูรักถิ่น รุ่นที่ 6 เริ่มคิกออฟตั้งแต่ช่วงพฤศจิกายน 2568 และทยอยสอบคัดเลือกเสร็จสิ้นในเดือนพฤษภาคม–มิถุนายน 2569) ผสมผสานกับการย้ายแพลตฟอร์มมาใช้ระบบกลาง TCAS ประจำปีการศึกษา 2570 ร่วมกับที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) อย่างเต็มรูปแบบ

ช่วงกรกฎาคม – ตุลาคม  (ผ่านพ้นแล้ว):

สป.อว. ดำเนินการเปิดรับและประเมินข้อเสนอหลักสูตรวิชาชีพครูจากคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ เพื่อคัดเลือกสถาบันฝ่ายผลิตอย่างเป็นทางการ

ช่วงพฤศจิกายน – ธันวาคม  (ขั้นเตรียมพร้อมและสมัครสอบ):

สป.อว. ประกาศรายชื่อสาขาวิชาเอกและสถาบันอุดมศึกษาที่ผ่านเกณฑ์เข้าร่วมโครงการอย่างเป็นทางการ พร้อมเปิดโผรายชื่อโรงเรียนปลายทางที่เปิดอัตราบรรจุ

สิ่งที่ผู้สมัครต้องทำ: นักเรียน ม.ปลาย สมัครและเข้าสอบในรายวิชา TGAT, TPAT 2 (สายศิลปกรรม/ดนตรี) และ TPAT 5 (ความถนัดวิชาชีพครู) ประจำปีการศึกษา 2570 ตามตารางสอบของ ทปอ.

ช่วงมกราคม – กุมภาพันธ์ 2570 (ช่วงประกาศผลคะแนนพาร์ทแรก):

ประกาศผลคะแนนสอบ TGAT และ TPAT 5

ผู้สมัครทำการสำรวจคะแนนของตนเองเพื่อเตรียมประเมินโอกาสสอบติด และวางแผนเลือกจังหวัด/อันดับการบรรจุ (เลือกได้สูงสุด 5 อันดับ)

ช่วงมีนาคม 2570 (ขั้นลงสนามสอบวิชาการ):

ผู้สมัครเข้าสอบวิชาความรู้ประยุกต์ A-Level ประจำปีการศึกษา 2570 (เช่น คณิตศาสตร์, วิทยาศาสตร์, ภาษาอังกฤษ, ภาษาไทย, สังคมศึกษา) ตามโครงสร้างค่าน้ำหนักที่สาขาวิชาเอกกำหนดไว้ในระเบียบการ

ช่วงเมษายน – พฤษภาคม 2570 (ช่วงรับสมัครและประเมินผลกลางผ่านระบบ TCAS):

ทปอ. และ สป.อว. เปิดระบบให้ยื่นสมัครโครงการครูคืนถิ่น เฟส 2 ผ่านระบบ TCAS (คาดการณ์ลงในรอบที่ 2 Quota หรือรอบที่ 3 Admission ตามความพร้อมของข้อตกลงร่วม)

ประมวลผลคะแนนรวมทุกพาร์ท โดยคัดกรองเฉพาะผู้ที่ได้คะแนนภาพรวม ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 และตรวจสอบคุณสมบัติระยะเวลาการมีชื่อในทะเบียนบ้านในพื้นที่จังหวัดที่จะบรรจุ (ต้องติดต่อกันไม่น้อยกว่า 2 ปี)

ช่วงมิถุนายน 2570 (ประกาศผลและยืนยันสิทธิ์):

ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกเข้าเป็นนิสิต/นักศึกษาทุนโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ 2 รุ่นแรก อย่างเป็นทางการ

ผู้ผ่านการคัดเลือกกดยืนยันสิทธิ์ในระบบ TCAS เพื่อเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยที่เลือกไว้ต่อไป

💡 ข้อแนะนำสำคัญสำหรับการลงเวลา (Time Management): จุดตัดสำคัญที่สุดของเกณฑ์ใหม่ปี 2570 คือ การเรียงลำดับคะแนนหากได้ผลรวมเท่ากัน โครงการจะพิจารณาจาก “ผลรวมคะแนน TGAT และ TPAT 5” เป็นด่านแรกสุด ดังนั้น ในช่วงเดือนพฤศจิกายน–ธันวาคม 2569 นี้ ถือเป็นช่วงชี้ชะตาที่ผู้สมัครต้องเทน้ำหนักให้กับการฝึกทำข้อสอบความถนัดวิชาชีพครูและการคิดวิเคราะห์ เพื่อสร้างแต้มต่อที่ปลอดภัยที่สุดในการคว้า 1,552 อัตราแรกของเฟส 2

แหล่งข้อมูลอ้างอิงหลัก: ประกาศสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เรื่อง เกณฑ์การคัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ ๒ ประจำปีการศึกษา ๒๕ ๗๐ ลงนามโดย ศาสตราจารย์ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. (กรกฎาคม 2569)

You may have missed