อว. ไฟเขียว “ครูคืนถิ่น เฟส 2” ตั้งเป้า 1.6 หมื่นอัตรา ปักหมุดปี 2570 รับรุ่นแรก 1,552 ทุน บรรจุตรงภูมิลำเนาไม่ต้องสอบแข่งรอบทั่วไป!

สำนักข่าวการศึกษาไทย : การได้กลับไปพัฒนาบ้านเกิดพร้อมความมั่นคงในอาชีพ ถือเป็นเป้าหมายสูงสุดของนักศึกษาครูหลายคน โครงการ “ผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น” (ครูคืนถิ่น) เป็นโครงการที่ตอบโจทย์นี้โดยตรง บทความนี้จะพาทุกคนไปเจาะลึกตั้งแต่ประวัติความเป็นมา สิทธิประโยชน์ ความคืบหน้าล่าสุดของการก้าวเข้าสู่ระยะที่ 2 ของโครงการ รวมถึงแนวทางการเตรียมตัวเพื่อคว้าทุนในปีการศึกษา 2570 ที่กำลังจะถึงนี้
1. ประวัติความเป็นมาและความสำคัญ
โครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น เกิดจากความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ นำโดยกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยมีเป้าหมายหลักคือ “การดึงคนเก่ง คนดี กลับไปพัฒนาชุมชนบ้านเกิด”
ในอดีต ระบบการบรรจุครูมักจะทำให้ครูใหม่ต้องไปประจำการในพื้นที่ห่างไกลที่ไม่ใช่ภูมิลำเนาของตน ส่งผลให้เกิดปัญหาการขอย้ายกลับบ้านเกิดบ่อยครั้ง โรงเรียนในท้องถิ่นขาดความต่อเนื่องในการพัฒนา โครงการนี้จึงถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหานี้โดยเฉพาะ ด้วยการคัดเลือกผู้ที่มีภูมิลำเนาในพื้นที่นั้นๆ เข้ามาเรียนครู เพื่อสร้างความผูกพันและยกระดับคุณภาพการศึกษาในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน
2. จุดเด่นและสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับ
สิ่งที่ทำให้โครงการนี้ได้รับความสนใจอย่างสูงสุด คือ “หลักประกันความมั่นคง” และ “การพัฒนาศักยภาพ” ที่เหนือกว่าการสอบแข่งขันทั่วไป:
การันตีการมีงานทำและบรรจุเข้ารับราชการ: ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกและสำเร็จการศึกษาตามเงื่อนไขของโครงการ จะได้รับการรับประกันการมีงานทำ โดยบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครู ตำแหน่งครูผู้ช่วย ทันทีโดยไม่ต้องไปแข่งขันในรอบทั่วไป
ได้ทำงานใกล้บ้านตรงภูมิลำเนา: ตำแหน่งที่เปิดรับจะระบุโรงเรียนในภูมิลำเนาอย่างชัดเจน โดยเลือกบรรจุในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) หรือสังกัดกรุงเทพมหานคร (กทม.)
สวัสดิการข้าราชการเต็มรูปแบบ: ได้รับสิทธิประโยชน์และสวัสดิการรักษาพยาบาล กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) และความก้าวหน้าทางวิทยฐานะตามกฎหมาย
ข้อผูกพันสำคัญ: ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจะต้องเข้าร่วมกิจกรรมพิเศษตามที่โครงการกำหนด และเมื่อสำเร็จการศึกษาได้รับการบรรจุแต่งตั้งแล้ว จะต้องปฏิบัติงานในสถานศึกษาที่บรรจุเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี นับตั้งแต่วันที่ได้รับการบรรจุ โดยไม่มีการโอนหรือโยกย้ายไปยังสถานศึกษาอื่นหรือหน่วยงานอื่น เว้นแต่จะลาออกจากราชการ
3. อัปเดตความคืบหน้าครั้งใหญ่: ก้าวสู่เฟส 2 และแผนรับสมัครปี 2570
คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ 2 เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 โดยโครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อผลิตครูระบบจำกัดรับที่มีทักษะและสมรรถนะสูง มีความรู้ทางวิชาการและบูรณาการกับความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพ และมีอุดมการณ์ในวิชาชีพครู ในสาขาวิชาและพื้นที่ขาดแคลน โดยตั้งเป้าหมายผลิตครูในระยะยาวรวมกว่า 1.6 หมื่นอัตรา
ศาสตราจารย์ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้ลงนามประกาศเกณฑ์การคัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ 2 เพื่อเข้าศึกษาหลักสูตรวิชาชีพครูระดับปริญญาตรี ประจำปีการศึกษา 2570 ไว้อย่างเป็นทางการดังนี้:
แผนการรับสมัครรุ่นแรก ปีการศึกษา 2570:
จำนวนทุนเปิดรับ: มีแผนรับสมัครนักศึกษารุ่นแรกจำนวน 1,552 อัตรา เพื่อเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาและสาขาวิชาตามที่โครงการกำหนด
คุณสมบัติทั่วไปของผู้สมัครร่วมโครงการปี 2570:
คุณสมบัติทางราชการ: มีคุณสมบัติทั่วไปตามมาตรา 30 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547
วุฒิการศึกษาและเกรดเฉลี่ย: เป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า และมีผลการศึกษาเฉลี่ยสะสม (GPAX) ไม่ต่ำกว่า 3.00
เกณฑ์ภูมิลำเนาการบรรจุ: ผู้สมัครต้องมีภูมิลำเนาตามสำเนาทะเบียนบ้านตรงกับจังหวัดที่จะบรรจุ โดยสามารถเลือกใช้ภูมิลำเนาได้ 3 รูปแบบ คือ ภูมิลำเนาของผู้สมัครเอง, ภูมิลำเนาของบิดา หรือภูมิลำเนาของมารดา อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น ทั้งนี้ หากใช้ภูมิลำเนาของตนเอง จะต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านที่อยู่อาศัยมาแล้วเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 2 ปี นับถึงวันที่เริ่มรับสมัคร
กระบวนการเลือกอันดับบรรจุและสถาบัน:
ผู้สมัครมีสิทธิ์เลือกสมัครได้ไม่เกิน 3 สาขาวิชา ตามสถาบันอุดมศึกษาที่โครงการกำหนด
ผู้สมัครสามารถเลือกประเภทสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพฐ.) หรือพื้นที่กลุ่มเขตที่จะบรรจุ (กทม.) ได้จำนวน 5 อันดับ
4. เจาะลึกเกณฑ์คะแนนและสัดส่วนค่าน้ำหนักข้อสอบ (ปีการศึกษา 2570)
ในระยะที่ 2 นี้ การรับบุคคลเข้าศึกษาจะดำเนินการผ่านระบบการคัดเลือกกลาง TCAS ของที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) โดยมีเกณฑ์สำคัญสูงสุดคือ ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกต้องมีคะแนนในภาพรวมไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50
หากกรณีที่ผลคะแนนในภาพรวมเท่ากัน โครงการจะพิจารณาเรียงลำดับตามผลรวมของคะแนน TGAT และ TPAT 5 ก่อน หากยังเท่ากันอีกจะให้สิทธิ์ผู้ที่มีเลขที่ใบสมัครลำดับก่อนเป็นผู้ได้รับการคัดเลือก
ตารางต่อไปนี้คือสัดส่วนค่าน้ำหนัก (ร้อยละ) ของแต่ละวิชาแยกตามสาขาวิชาเอกหลักที่เปิดรับสมัคร:
| สาขาวิชาเอก | คุณสมบัติ GPAX | TGAT | TPAT 5 | TPAT 2 (ศิลปกรรม) | A-Level คณิต 1 | A-Level คณิต 2 | A-Level วิทย์ | A-Level ฟิสิกส์ | A-Level เคมี | A-Level ชีวะ | A-Level สังคม | A-Level ไทย | A-Level อังกฤษ |
|
คณิตศาสตร์
|
ตั้งแต่ 3.00 ขึ้นไป |
15 |
15 |
– |
20 |
– |
10 |
– | – | – |
10 |
10 |
20 |
|
วิทยาศาสตร์ทั่วไป
|
ตั้งแต่ 3.00 ขึ้นไป |
15 |
15 |
– | – |
10 |
20 |
– | – | – |
10 |
10 |
20 |
|
ฟิสิกส์
|
ตั้งแต่ 3.00 ขึ้นไป |
15 |
15 |
– | – |
10 |
10 |
10 |
– | – |
10 |
10 |
20 |
|
เคมี
|
ตั้งแต่ 3.00 ขึ้นไป |
15 |
15 |
– | – |
10 |
10 |
– |
10 |
– |
10 |
10 |
20 |
|
ชีววิทยา
|
ตั้งแต่ 3.00 ขึ้นไป |
15 |
15 |
– | – |
10 |
10 |
– | – |
10 |
10 |
10 |
20 |
|
คอมพิวเตอร์
|
ตั้งแต่ 3.00 ขึ้นไป |
15 |
15 |
– | – |
15 |
15 |
– | – | – |
10 |
10 |
20 |
|
ภาษาไทย
|
ตั้งแต่ 3.00 ขึ้นไป |
15 |
15 |
– | – |
10 |
10 |
– | – | – |
10 |
20 |
20 |
|
ภาษาอังกฤษ
|
ตั้งแต่ 3.00 ขึ้นไป |
15 |
15 |
– | – |
10 |
10 |
– | – | – |
10 |
10 |
30 |
|
สังคมศึกษา
|
ตั้งแต่ 3.00 ขึ้นไป |
15 |
15 |
– | – |
10 |
10 |
– | – | – |
20 |
10 |
20 |
|
ศิลปศึกษา / ดนตรีศึกษา
|
ตั้งแต่ 3.00 ขึ้นไป |
15 |
15 |
20 (ตามเอก) |
– |
15 |
– | – | – | – |
5 |
5 |
10 / 20 |
|
นาฏศิลป์
|
ตั้งแต่ 3.00 ขึ้นไป |
15 |
15 |
20 (TPAT23) |
– |
20 |
– | – | – | – |
5 |
5 |
20 |
|
ปฐมวัย / ประถมศึกษา
|
ตั้งแต่ 3.00 ขึ้นไป |
15 |
15 |
– | – |
10 |
10 |
– | – | – |
15 |
15 |
20 |
|
พลศึกษา / สุขศึกษา
|
ตั้งแต่ 3.00 ขึ้นไป |
15 |
15 |
– | – |
10 |
10 |
– | – | – |
15 |
15 |
20 |
|
การศึกษาพิเศษ
|
ตั้งแต่ 3.00 ขึ้นไป |
15 |
15 |
– | – |
10 |
10 |
– | – | – |
15 |
15 |
20 |
|
จิตวิทยาและการแนะแนว
|
ตั้งแต่ 3.00 ขึ้นไป |
15 |
15 |
– | – |
10 |
10 |
– | – | – |
15 |
15 |
20 |
|
คหกรรม / เกษตร / อุตสาหกรรม
|
ตั้งแต่ 3.00 ขึ้นไป |
15 |
15 |
– | – |
10 |
10 |
– | – | – |
15 |
15 |
20 |
(หมายเหตุ: ทุกสาขาวิชาผู้ผ่านการคัดเลือกต้องทำคะแนนรวมในภาพรวมไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50)
5. เงื่อนไขสำคัญเมื่อสำเร็จการศึกษา (ก่อนการบรรจุแต่งตั้ง)
เพื่อตอกย้ำแนวคิดคุณภาพสูง นักศึกษาที่ผ่านการคัดเลือกและเรียนจนจบหลักสูตรปริญญาตรีแล้ว จะต้องผ่านเกณฑ์ชี้วัดความสามารถส่วนบุคคลเพิ่มเติมอีก 3 ข้อ จึงจะได้รับการบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูผู้ช่วย:
รักษาเกรดเฉลี่ยตลอดหลักสูตร: ต้องได้เกรดเฉลี่ยสะสมรวม (GPAX) ทุกวิชา, เกรดเฉลี่ยสะสมในวิชาเอก และเกรดเฉลี่ยสะสมในวิชาชีพครู ไม่ต่ำกว่า 3.00 ตามข้อบังคับของสถาบันอุดมศึกษาที่สังกัด
ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู: ต้องสอบได้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูชั้นต้น (Basic Teaching License : B License)
ผ่านเกณฑ์ทดสอบภาษาอังกฤษขั้นสูง: ต้องยื่นผลคะแนนภาษาอังกฤษตามเกณฑ์ที่กำหนดก่อนการบรรจุ ดังนี้:
วิชาเอกภาษาอังกฤษ: ต้องได้คะแนนทดสอบระดับสูง ได้แก่ TOEFL ITP ไม่ต่ำกว่า 550, TOEFL iBT ไม่ต่ำกว่า 79, IELTS ไม่ต่ำกว่า 6.5, TOEIC ไม่ต่ำกว่า 700 หรือ CU-TEP ไม่ต่ำกว่า 99
วิชาเอกอื่นๆ ทุกวิชา: ต้องมีผลทดสอบภาษาอังกฤษเช่นกัน โดยเกณฑ์ขั้นต่ำคือ TOEFL ITP ไม่ต่ำกว่า 473, TOEFL iBT ไม่ต่ำกว่า 52, IELTS ไม่ต่ำกว่า 4, TOEIC ไม่ต่ำกว่า 500 หรือ CU-TEP ไม่ต่ำกว่า 56
6. บทสรุปและการเตรียมตัวสำหรับนักเรียน
ประกาศเฟส 2 ประจำปีการศึกษา 2570 ชี้ให้เห็นว่าโครงการเน้นคัดกรอง “คนเก่งระดับตัวจริง” ตั้งแต่ก้าวแรกจนก้าวสุดท้ายของการเรียนครู สำหรับน้องๆ ม.ปลาย ที่สนใจเข้าร่วมโครงการ 1,552 อัตรานี้ สิ่งที่ต้องทำทันทีคือการรักษาเกรดเฉลี่ย ม.ปลาย ให้ไม่ต่ำกว่า 3.00 วางแผนลงสอบเก็บคะแนนระบบ TCAS (ทั้ง TGAT, TPAT5 และ A-Level) ให้ได้สัดส่วนคะแนนสูงสุด และหมั่นฝึกฝนทักษะภาษาอังกฤษควบคู่ไปด้วย เพื่อให้พร้อมรับสิทธิ์การบรรจุกลับไปพัฒนาสถานศึกษา ณ ภูมิลำเนาบ้านเกิดได้อย่างมั่นคงและสง่างาม
กลุ่มมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วม
สำหรับ “โครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ 2” (ปีการศึกษา 2570–2578) สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) ได้วางกลไกการคัดเลือกสถาบันอุดมศึกษาที่จะเข้ามาเป็น “สถาบันฝ่ายผลิตครู” ไว้อย่างเข้มงวดกว่าเฟสแรก โดยกำหนดเกณฑ์คุณภาพมาตรฐานหลักสูตร ระบบการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ และความพร้อมในการพัฒนาทักษะยุคใหม่ (Skills-First)
ในกระบวนการคัดเลือกนั้น สป.อว. จะให้แต่ละมหาวิทยาลัยยื่นข้อเสนอหลักสูตรวิชาชีพครูระดับปริญญาตรี (คณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์) เข้ามารับการประเมินเป็นรายปี ซึ่งกลุ่มมหาวิทยาลัยหลักที่มีศักยภาพสูงและผ่านเกณฑ์เข้าร่วมขับเคลื่อนโครงการในระยะที่ 2 นี้ ครอบคลุมสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ โดยแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ดังนี้ครับ:
1. กลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) ทั่วประเทศ
กลุ่มนี้ถือเป็นกำลังหลักสำคัญที่สุดของโครงการ เนื่องจากมีวิทยาเขตกระจายอยู่ตรงตามภูมิลำเนาของนักศึกษาและตอบโจทย์โรงเรียนปลายทางในพื้นที่ห่างไกลได้ดีที่สุด เช่น:
ภาคกลางและกรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา, มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร, มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี, มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา, มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม และมหาวิทยาลัยราชภัฏในกลุ่มภูมิภาคใกล้เคียง (เช่น มรภ.นครปฐม, มรภ.หมู่บ้านจอมบึง)
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี, มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด, มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา, มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ เป็นต้น
ภาคเหนือ: มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่, มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย, มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม, มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง
ภาคใต้: มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา, มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา, มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต, มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช
2. กลุ่มมหาวิทยาลัยแห่งชาติ/มหาวิทยาลัยรัฐส่วนกลางและภูมิภาค
เป็นสถาบันชั้นนำที่ผ่านเกณฑ์รับรองหลักสูตรสมรรถนะสูง มุ่งเน้นการผลิตครูในสาขาวิชาเอกวิกฤต (วิทยาศาสตร์, คณิตศาสตร์, ภาษาอังกฤษ, เทคโนโลยี) เช่น:
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (คณะครุศาสตร์)
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (คณะศึกษาศาสตร์)
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (ทั้งวิทยาเขตบางเขน และวิทยาเขตกำแพงแสน)
มหาวิทยาลัยขอนแก่น
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
มหาวิทยาลัยทักษิณ
มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
มหาวิทยาลัยพะเยา
มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
มหาวิทยาลัยมหิดล (มุ่งเน้นการสนับสนุนนวัตกรรมการเรียนรู้และหลักสูตรครูปริญญาโท)
3. กลุ่มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีและสายวิชาชีพ
เน้นการผลิตครูในกลุ่มวิชาชีพเฉพาะทางและเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อรองรับโรงเรียนสายสามัญที่มีการขยายวิชาเลือกด้านนวัตกรรม และโรงเรียนในสังกัดอื่นๆ:
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
กลุ่มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ที่เปิดสอนหลักสูตรครุศาสตร์อุตสาหกรรมหรือศึกษาศาสตร์
4. กลุ่มสถาบันอุดมศึกษาเอกชน (ที่ผ่านเกณฑ์ประเมินของ สป.อว.)
ในบางพื้นที่ที่สถาบันรัฐไม่สามารถครอบคลุมสาขาขาดแคลนได้ โครงการจะเปิดโอกาสให้วิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัยเอกชนที่มีหลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต/ครุศาสตรบัณฑิตที่ได้มาตรฐานเข้าร่วม เช่น:
วิทยาลัยบัณฑิตเอเชีย
มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่
ข้อแนะนำสำคัญสำหรับผู้สมัครปีการศึกษา 2570: เนื่องจากข้อกำหนดในระยะที่ 2 (เฟส 2) จะเชื่อมโยงผ่านระบบ TCAS ตัวคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ของแต่ละมหาวิทยาลัยจะประกาศโควตาและจำนวนทุนแยกตาม “สาขาวิชาเอก” และ “รหัสโรงเรียนที่จะไปบรรจุ” ไว้อย่างชัดเจนในระเบียบการรอบยื่นคะแนน ดังนั้น ก่อนสมัครน้องๆ ควรตรวจสอบว่าคณะครุศาสตร์ในมหาวิทยาลัยที่เราเลือก ได้จับคู่สิทธิ์บรรจุตรงภูมิลำเนาในจังหวัดของเราไว้หรือไม่ เพื่อรักษาผลประโยชน์สูงสุดของตนเอง
⏳ ไทม์ไลน์การคัดเลือกและช่วงเวลาสำคัญ (รุ่นแรก ปีการศึกษา 2570)
อ้างอิงจากรอบการรับสมัครรอบรับทุนในเครือข่ายรัฐบาลช่วง ปีการศึกษา 2569 ที่ผ่านมา (ซึ่งการรับสมัครทุนกลุ่มครูรักถิ่น รุ่นที่ 6 เริ่มคิกออฟตั้งแต่ช่วงพฤศจิกายน 2568 และทยอยสอบคัดเลือกเสร็จสิ้นในเดือนพฤษภาคม–มิถุนายน 2569) ผสมผสานกับการย้ายแพลตฟอร์มมาใช้ระบบกลาง TCAS ประจำปีการศึกษา 2570 ร่วมกับที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) อย่างเต็มรูปแบบ
ช่วงกรกฎาคม – ตุลาคม (ผ่านพ้นแล้ว):
สป.อว. ดำเนินการเปิดรับและประเมินข้อเสนอหลักสูตรวิชาชีพครูจากคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ เพื่อคัดเลือกสถาบันฝ่ายผลิตอย่างเป็นทางการ
ช่วงพฤศจิกายน – ธันวาคม (ขั้นเตรียมพร้อมและสมัครสอบ):
สป.อว. ประกาศรายชื่อสาขาวิชาเอกและสถาบันอุดมศึกษาที่ผ่านเกณฑ์เข้าร่วมโครงการอย่างเป็นทางการ พร้อมเปิดโผรายชื่อโรงเรียนปลายทางที่เปิดอัตราบรรจุ
สิ่งที่ผู้สมัครต้องทำ: นักเรียน ม.ปลาย สมัครและเข้าสอบในรายวิชา TGAT, TPAT 2 (สายศิลปกรรม/ดนตรี) และ TPAT 5 (ความถนัดวิชาชีพครู) ประจำปีการศึกษา 2570 ตามตารางสอบของ ทปอ.
ช่วงมกราคม – กุมภาพันธ์ 2570 (ช่วงประกาศผลคะแนนพาร์ทแรก):
ประกาศผลคะแนนสอบ TGAT และ TPAT 5
ผู้สมัครทำการสำรวจคะแนนของตนเองเพื่อเตรียมประเมินโอกาสสอบติด และวางแผนเลือกจังหวัด/อันดับการบรรจุ (เลือกได้สูงสุด 5 อันดับ)
ช่วงมีนาคม 2570 (ขั้นลงสนามสอบวิชาการ):
ผู้สมัครเข้าสอบวิชาความรู้ประยุกต์ A-Level ประจำปีการศึกษา 2570 (เช่น คณิตศาสตร์, วิทยาศาสตร์, ภาษาอังกฤษ, ภาษาไทย, สังคมศึกษา) ตามโครงสร้างค่าน้ำหนักที่สาขาวิชาเอกกำหนดไว้ในระเบียบการ
ช่วงเมษายน – พฤษภาคม 2570 (ช่วงรับสมัครและประเมินผลกลางผ่านระบบ TCAS):
ทปอ. และ สป.อว. เปิดระบบให้ยื่นสมัครโครงการครูคืนถิ่น เฟส 2 ผ่านระบบ TCAS (คาดการณ์ลงในรอบที่ 2 Quota หรือรอบที่ 3 Admission ตามความพร้อมของข้อตกลงร่วม)
ประมวลผลคะแนนรวมทุกพาร์ท โดยคัดกรองเฉพาะผู้ที่ได้คะแนนภาพรวม ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 และตรวจสอบคุณสมบัติระยะเวลาการมีชื่อในทะเบียนบ้านในพื้นที่จังหวัดที่จะบรรจุ (ต้องติดต่อกันไม่น้อยกว่า 2 ปี)
ช่วงมิถุนายน 2570 (ประกาศผลและยืนยันสิทธิ์):
ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกเข้าเป็นนิสิต/นักศึกษาทุนโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ 2 รุ่นแรก อย่างเป็นทางการ
ผู้ผ่านการคัดเลือกกดยืนยันสิทธิ์ในระบบ TCAS เพื่อเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยที่เลือกไว้ต่อไป
💡 ข้อแนะนำสำคัญสำหรับการลงเวลา (Time Management): จุดตัดสำคัญที่สุดของเกณฑ์ใหม่ปี 2570 คือ การเรียงลำดับคะแนนหากได้ผลรวมเท่ากัน โครงการจะพิจารณาจาก “ผลรวมคะแนน TGAT และ TPAT 5” เป็นด่านแรกสุด ดังนั้น ในช่วงเดือนพฤศจิกายน–ธันวาคม 2569 นี้ ถือเป็นช่วงชี้ชะตาที่ผู้สมัครต้องเทน้ำหนักให้กับการฝึกทำข้อสอบความถนัดวิชาชีพครูและการคิดวิเคราะห์ เพื่อสร้างแต้มต่อที่ปลอดภัยที่สุดในการคว้า 1,552 อัตราแรกของเฟส 2
แหล่งข้อมูลอ้างอิงหลัก: ประกาศสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เรื่อง เกณฑ์การคัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ ๒ ประจำปีการศึกษา ๒๕ ๗๐ ลงนามโดย ศาสตราจารย์ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. (กรกฎาคม 2569)