เจาะ 3 โครงการทุนหนุน “ครู” รักบ้านเกิด เพชรในตม + ครูรัก(ษ์)ถิ่น + ครูคืนถิ่นเฟส 2 ความเหมือนที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง

ครูคืนถิ่น191

ปีการศึกษา 2570 ถือเป็นปีที่นักเรียน ม.6 ผู้ใฝ่ฝันอยากเป็นครูมีทางเลือกทุนภาครัฐให้พิจารณาพร้อมกันถึง 3 โครงการ ได้แก่ โครงการเพชรในตม โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น และโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ 2 (ครูคืนถิ่นเฟส 2)

ทั้ง 3 โครงการมีสโลแกนคล้ายกันคือ “ผลิตครูกลับไปพัฒนาบ้านเกิด” และล้วนจบด้วยการบรรจุเป็นข้าราชการครู แต่เมื่อเจาะลึกลงไปในรายละเอียด จะพบว่าแต่ละโครงการมีปรัชญาการออกแบบที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ตั้งแต่จุดกำเนิด เกณฑ์คัดกรอง ไปจนถึงพื้นที่เป้าหมาย

1. จุดกำเนิด: อายุต่างกันเกือบ 40 ปี

โครงการเพชรในตมมีอายุยาวนานที่สุดในบรรดา 3 โครงการ โดยคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ระบุว่าพลเอกอาทิตย์ กำลังเอก ผู้บัญชาการทหารสูงสุดในขณะนั้น ริเริ่มโครงการนี้ในปี 2529 ร่วมกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) โดยมีรากฐานย้อนไปถึงนโยบาย “อาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง (อพป.)” ที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติตั้งแต่ปี 2517 ตามนโยบายการต่อสู้เพื่อเอาชนะคอมมิวนิสต์โดยวิธีการใหม่ในยุคนั้น

โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นเกิดขึ้นภายหลังมาก โดยเป็นโครงการของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ปัจจุบันเดินหน้าเข้าสู่ระยะที่ 2 แล้ว โดยรุ่นที่ 6 ปีการศึกษา 2569 เปิดรับ 300 ทุน ผ่านเครือข่าย 10 มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ

ส่วนครูคืนถิ่นเฟส 2 เป็นโครงการน้องใหม่ล่าสุด ได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เสนอ เป็นการสานต่อจากโครงการระยะที่ 1 ที่ดำเนินมาก่อนหน้า

2. เกณฑ์คัดกรอง: คัดที่ “ตัวตน” กับคัดที่ “ผลการเรียน”

นี่คือจุดต่างที่ชัดเจนที่สุดของทั้ง 3 โครงการ

เพชรในตมกำหนดว่าผู้สมัครและบิดามารดาหรือผู้ปกครองต้องมีหรือเคยมีภูมิลำเนาในหมู่บ้าน อพป. ที่ได้รับการรับรองจาก กอ.รมน. จังหวัด และครอบครัวต้องมีรายได้ไม่เกิน 360,000 บาทต่อปี (ยกเว้นพื้นที่ กอ.รมน. ภาค 1 ที่ขยับเพดานเป็น 520,000 บาทต่อปี) ครอบคลุม 76 จังหวัด ยกเว้นกรุงเทพมหานคร ส่วนเกณฑ์ผลการเรียนกำหนดไว้เพียง GPAX ไม่ต่ำกว่า 2.75

ครูรัก(ษ์)ถิ่นก็ใช้หลักการใกล้เคียงกัน คือคัดกรองจากฐานะครอบครัวที่ยากจนและพื้นที่เป้าหมายเฉพาะเป็นหลัก โดยรุ่นที่ 6 กำหนดพื้นที่เป้าหมายกว่า 50 จังหวัด เน้นนักเรียนที่มีผลการเรียนดีและมีจิตวิญญาณความเป็นครู

ในทางตรงข้าม ครูคืนถิ่นเฟส 2 ไม่มีเงื่อนไขเรื่องรายได้ครอบครัวหรือภูมิลำเนาของผู้สมัครเป็นเกณฑ์รับเข้าเลย ตามประกาศของสำนักงานปลัดกระทรวง อว. ลงวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 เกณฑ์รับสมัครเน้นมิติวิชาการล้วน ๆ คือ GPAX ไม่ต่ำกว่า 3.00 คะแนนรวม TGAT, TPAT2, TPAT5 และ A-Level ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 และเมื่อเข้าโครงการแล้วต้องรักษา GPAX ไม่ต่ำกว่า 3.00 ตลอดหลักสูตร พร้อมสอบผ่านใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูชั้นต้น (B-License) และผ่านเกณฑ์ภาษาอังกฤษ

3. พื้นที่เป้าหมาย: กรุงเทพฯ คือจุดตัดที่ชัดที่สุด

เพชรในตมและครูรัก(ษ์)ถิ่นออกแบบมาเพื่อพื้นที่ชนบทห่างไกลและกลุ่มยากจนเป็นการเฉพาะ โดยเพชรในตมยกเว้นกรุงเทพมหานครออกจากพื้นที่เป้าหมายมาโดยตลอด

ครูคืนถิ่นเฟส 2 กลับมีกรุงเทพมหานครเป็นหนึ่งใน “หน่วยงานผู้ใช้ครู” อย่างเป็นทางการ ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ผู้สำเร็จการศึกษาจะได้รับการบรรจุ “ในพื้นที่ภูมิลำเนา หรือพื้นที่อื่นตามความต้องการของหน่วยงานผู้ใช้ครู” ซึ่งหมายความว่าเด็กกรุงเทพฯ ที่มีผลการเรียนถึงเกณฑ์ก็สามารถสมัครและมีโอกาสได้รับการบรรจุกลับมาสอนในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครได้

4. ขนาดโครงการ: จากหลักร้อยถึงหลักพัน

เมื่อเทียบขนาดจำนวนรับ เพชรในตมมีกรอบรับ 161 คนต่อปี ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการอำนวยการโครงการเมื่อปี 2565 ซึ่งขยายจากเดิม 45 คนต่อปี และรับครบตามจำนวนต่อเนื่อง 3 รุ่นล่าสุด (รุ่นที่ 38-40 ปีการศึกษา 2566-2568)

ครูรัก(ษ์)ถิ่นรุ่นที่ 6 ปีการศึกษา 2569 เปิดรับ 300 ทุน ผ่านเครือข่าย 10 มหาวิทยาลัย

ส่วนครูคืนถิ่นเฟส 2 มีขนาดใหญ่กว่าอีกสองโครงการรวมกันหลายเท่า โดยตั้งเป้าผลิตครูรวม 16,033 อัตราตลอดโครงการ พ.ศ. 2569-2582 และสำหรับรุ่นแรกปีการศึกษา 2570 มีแผนรับ 1,552 อัตรา พร้อมกรอบงบประมาณรวม 2,037.96 ล้านบาท

5. เงื่อนไขหลังบรรจุ: ผูกพันกับพื้นที่เหมือนกัน แต่คนละที่มา

แม้เกณฑ์รับเข้าจะต่างกัน แต่ทั้ง 3 โครงการมีจุดร่วมตรงที่ผู้สำเร็จการศึกษาต้องกลับไปทำงานในพื้นที่ที่โครงการกำหนด เพชรในตมและครูรัก(ษ์)ถิ่นบรรจุกลับสู่พื้นที่ภูมิลำเนาเดิมของผู้สมัคร ขณะที่ครูคืนถิ่นเฟส 2 บรรจุตามภูมิลำเนาหรือพื้นที่ตามความต้องการของหน่วยงานผู้ใช้ครู พร้อมเงื่อนไขห้ามขอย้ายเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปีนับจากวันบรรจุ

ตารางสรุปเปรียบเทียบ

หัวข้อ เพชรในตม ครูรัก(ษ์)ถิ่น ครูคืนถิ่นเฟส 2
จุดกำเนิด ปี 2529 โดย พล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก และ กอ.รมน. กสศ. (ระยะที่ 2 กำลังดำเนินการ) ครม. เห็นชอบ 26 พ.ค. 2569
เกณฑ์รับเข้า ภูมิลำเนา อพป. + รายได้ ≤360,000 บาท/ปี + GPAX ≥2.75 ฐานะยากจน + พื้นที่เป้าหมาย + ผลการเรียนดี เฉพาะวิชาการ: GPAX ≥3.00 + คะแนนรวม ≥50%
พื้นที่เป้าหมาย 76 จังหวัด (ไม่รวม กทม.) 50+ จังหวัด พื้นที่ห่างไกล ทั่วประเทศ รวม กทม.
ขนาดต่อรุ่น 161 คน/ปี 300 ทุน (รุ่นที่ 6) 1,552 อัตรา (รุ่นแรก)
เป้าหมายรวม สะสมแล้ว 1,179 คน (2529-2568) ราว 1,500 คน (5 รุ่นแรก) 16,033 อัตรา (2569-2582)

 

สรุป: ความเหมือนที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง

ทั้ง 3 โครงการมีเป้าหมายปลายทางเดียวกันคือผลิตครูกลับไปพัฒนาพื้นที่บ้านเกิด และจบด้วยการบรรจุเป็นข้าราชการครูเหมือนกัน แต่วิธีคิดในการไปให้ถึงเป้าหมายนั้นต่างกันอย่างสิ้นเชิง

เพชรในตมและครูรัก(ษ์)ถิ่นเชื่อว่าครูที่ดีที่สุดสำหรับพื้นที่ห่างไกล คือคนที่มาจากพื้นที่นั้นเองและเข้าใจบริบทชุมชนอยู่แล้ว จึงคัดกรองผู้สมัครจากภูมิลำเนาและฐานะครอบครัวเป็นด่านแรก ก่อนพิจารณาผลการเรียน ขณะที่ครูคืนถิ่นเฟส 2 คัดกรองที่มาตรฐานวิชาการเป็นหลัก แล้วค่อยจัดสรรพื้นที่ปฏิบัติงานภายหลัง เปิดกว้างให้นักเรียนทุกภูมิหลังสมัครได้ตราบใดที่ผลการเรียนและคะแนนสอบถึงเกณฑ์

สำหรับนักเรียน ม.6 ที่วางแผนสมัครปีการศึกษา 2570 สิ่งสำคัญที่สุดคือการเข้าใจว่าตนเองมีคุณสมบัติตรงกับโครงการใดบ้าง เพราะนักเรียนที่มีคุณสมบัติภูมิลำเนาและฐานะครบตามเงื่อนไขของเพชรในตมหรือครูรัก(ษ์)ถิ่น มีสิทธิ์เลือกสมัครได้ทั้ง 2 ทางควบคู่กับครูคืนถิ่นเฟส 2 ในคราวเดียว ขณะที่นักเรียนจากครอบครัวฐานะดีหรือพื้นที่เมือง แม้ไม่มีสิทธิ์สมัครเพชรในตมและครูรัก(ษ์)ถิ่น แต่ก็ยังมีเส้นทางครูคืนถิ่นเฟส 2 เป็นทางเลือกอยู่ ตราบใดที่ผลการเรียนถึงเกณฑ์ที่กำหนด

แหล่งข้อมูล: หน้าประวัติความเป็นมาโครงการเพชรในตม คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (edu.swu.ac.th), ประกาศสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เรื่องเกณฑ์การคัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ 2 ประจำปีการศึกษา 2570 ลงวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 (mhesi.go.th), ประกาศโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น รุ่นที่ 6 ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.), มติคณะรัฐมนตรีเรื่องโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ 2 ตามรายงานของกรมประชาสัมพันธ์ (prd.go.th) — รายละเอียดอาจมีการปรับปรุงเพิ่มเติม โปรดตรวจสอบประกาศฉบับทางการก่อนสมัครเสมอ

You may have missed