เรียนศิลปกรรมยุค AI ยังจำเป็น! ไทยต้องการกำลังคนสร้างสรรค์ 54,521 ตำแหน่ง เปิดรับ 8 สาขาวันนี้ “สวนสุนันทา TCAS70”

คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุ

AI ทำงานสร้างสรรค์ได้ แล้วทำไมโลกยังต้องเรียนศิลปกรรม? ไทยคาดต้องการกำลังคนสร้างสรรค์ 54,521 ตำแหน่ง เปิดเส้นทางอาชีพจากงานออกแบบ ดนตรี แฟชั่น สู่การแสดง  “ศิลปกรรมศาสตร์ สวนสุนันทา”

เมื่อปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI สามารถสร้างภาพ แต่งเพลง ออกแบบกราฟิก และผลิตเนื้อหาได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า AI จะเข้ามาแทนที่งานสร้างสรรค์ได้มากแค่ไหน แต่คือ มนุษย์จะพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ให้มีคุณค่าแตกต่างจากสิ่งที่ AI สร้างขึ้นได้อย่างไร

เพราะแม้เทคโนโลยีจะช่วยให้การสร้างผลงานทำได้รวดเร็วขึ้น แต่การเข้าใจผู้คน การตีความสังคมและวัฒนธรรม การกำหนดแนวคิด การเลือกสื่อสารให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมาย ตลอดจนการตัดสินใจว่างานชิ้นหนึ่งควรสื่อสารอะไร ยังคงเป็นโจทย์สำคัญของการทำงานสร้างสรรค์

ในโลกยุค AI การเรียนศิลปกรรมจึงไม่ได้มีความหมายเพียงการฝึกวาดภาพ เล่นดนตรี ออกแบบเสื้อผ้า หรือฝึกการแสดงเท่านั้น แต่ยังเป็นการพัฒนาทักษะในการคิด วิเคราะห์ ทดลอง สร้างสรรค์ และนำแนวคิดไปต่อยอดเป็นผลงานที่ตอบโจทย์ผู้คนและสังคม โดยมีเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสนับสนุน ไม่ใช่สิ่งที่เข้ามากำหนดความคิดของมนุษย์ทั้งหมด

ไทยต้องการกำลังคนสร้างสรรค์ 54,521 ตำแหน่ง

ข้อมูลจากสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ หรือ สอวช. ภายใต้รายงาน Thailand Talent Landscape 2025–2029 ระบุว่า ประเทศไทยมีความต้องการกำลังคนทักษะสูงใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายรวม 1,087,448 ตำแหน่งในช่วง 5 ปี ระหว่าง พ.ศ. 2568–2572 โดยกลุ่มอุตสาหกรรมสร้างสรรค์มีความต้องการกำลังคนที่สำรวจไว้ 54,521 ตำแหน่ง

ตำแหน่งงานตัวอย่างในกลุ่มนี้ ได้แก่ Content Creator, Copywriter and Editor และ Graphic Designer ขณะที่ทักษะที่เกี่ยวข้องประกอบด้วยการตลาดดิจิทัล หลักการออกแบบ และความรู้เท่าทันดิจิทัล ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ความคิดสร้างสรรค์และทักษะการออกแบบยังเป็นองค์ประกอบหนึ่งของการพัฒนากำลังคนสำหรับเศรษฐกิจไทยในอนาคต

อย่างไรก็ตาม ตัวเลข 54,521 ตำแหน่งเป็นผลการสำรวจความต้องการกำลังคนในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ตลอดช่วงปี 2568–2572 ไม่ใช่จำนวนตำแหน่งงานว่างในปัจจุบัน และไม่ได้หมายความว่าทุกตำแหน่งเปิดรับผู้สำเร็จการศึกษาด้านศิลปกรรมโดยตรง แต่เป็นข้อมูลที่ช่วยให้เห็นทิศทางของตลาดแรงงานและความสำคัญของการเตรียมคนให้มีทักษะตรงกับงานที่เปลี่ยนแปลงไป

อ่านข้อมูลจาก สอวช.: https://www.nxpo.or.th/th/49363/

เรียนศิลปกรรมในยุค AI ต้องมากกว่าทักษะการใช้เครื่องมือ

เมื่อ AI สามารถช่วยผลิตผลงานได้หลากหลาย ความได้เปรียบของผู้เรียนจึงไม่ควรหยุดอยู่ที่การใช้โปรแกรมเป็น แต่ต้องพัฒนาความสามารถในการคิดตั้งโจทย์ มองเห็นปัญหา สร้างแนวคิดที่มีเอกลักษณ์ ประเมินคุณภาพของผลงาน และเลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม

ในงานออกแบบ ความเข้าใจผู้ใช้และการแก้ปัญหามีความสำคัญไม่แพ้ความสวยงาม ในงานดนตรีและการแสดง การตีความ อารมณ์ การสื่อสารกับผู้ชม และการทำงานร่วมกับผู้อื่นเป็นส่วนสำคัญของประสบการณ์ ส่วนงานแฟชั่นและงานศิลปะยังเชื่อมโยงกับอัตลักษณ์ วัฒนธรรม วัสดุ แนวคิด และการสร้างผลงานที่ตอบสนองต่อผู้คนในบริบทที่แตกต่างกัน

AI จึงอาจเป็นทั้งเครื่องมือช่วยค้นหาแนวทาง ทดลองรูปแบบ ลดขั้นตอนบางอย่าง และเปิดโอกาสให้ผู้สร้างสรรค์ทำงานได้หลากหลายขึ้น แต่การใช้เครื่องมือให้เกิดคุณค่าจำเป็นต้องอาศัยความรู้พื้นฐาน การตัดสินใจอย่างมีวิจารณญาณ และความรับผิดชอบต่อผลงานด้วย

โจทย์ของการศึกษาศิลปกรรมในวันนี้จึงไม่ใช่การแข่งขันกับ AI ด้วยความเร็วในการผลิตชิ้นงาน แต่เป็นการเตรียมผู้เรียนให้สามารถใช้เทคโนโลยีควบคู่กับความคิดสร้างสรรค์และความเข้าใจมนุษย์ เพื่อสร้างผลงานที่มีเป้าหมาย มีความหมาย และตอบโจทย์โลกจริง

จากความคิดสร้างสรรค์สู่เส้นทางอาชีพที่หลากหลาย

การเรียนศิลปกรรมสามารถต่อยอดไปสู่เส้นทางการทำงานได้หลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับความถนัด ประสบการณ์ ผลงานสะสม และทักษะที่ผู้เรียนพัฒนาระหว่างศึกษา เช่น

  • จิตรกรรม ต่อยอดสู่การสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ งานจัดแสดง งานภาพประกอบ และการทำงานในแวดวงศิลปะ
  • ออกแบบนิเทศศิลป์ เชื่อมโยงกับงานสื่อสารด้วยภาพ งานออกแบบกราฟิก งานสร้างแบรนด์ และการผลิตสื่อ
  • ดนตรี ต่อยอดสู่การแสดงดนตรี การสร้างสรรค์ผลงาน การผลิตเสียง และงานที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมดนตรี
  • การออกแบบและนวัตกรรมดิจิทัล เชื่อมโยงกับการสร้างสรรค์สื่อดิจิทัล การออกแบบประสบการณ์ และการพัฒนาแนวคิดสร้างสรรค์ด้วยเทคโนโลยี
  • นาฏศิลป์ไทย ต่อยอดสู่การแสดง การถ่ายทอดองค์ความรู้ การสร้างสรรค์การแสดง และการนำทุนทางวัฒนธรรมไปสื่อสารกับผู้ชม
  • การออกแบบแฟชั่นและการจัดแต่งเครื่องแต่งกาย เชื่อมโยงกับงานออกแบบเครื่องแต่งกาย สไตลิ่ง การสร้างภาพลักษณ์ และธุรกิจแฟชั่น
  • ศิลปะการแสดงและผู้ประกอบการสร้างสรรค์ เชื่อมโยงกับการแสดง การผลิตงาน การจัดกิจกรรม และการพัฒนาธุรกิจด้านความคิดสร้างสรรค์
  • การออกแบบกราฟิกดิจิทัล ต่อยอดสู่การสร้างสื่อภาพสำหรับแพลตฟอร์มดิจิทัล การสื่อสารแบรนด์ และงานออกแบบกราฟิกในรูปแบบต่าง ๆ

เส้นทางเหล่านี้เป็นตัวอย่างของโอกาสที่อาจต่อยอดได้ ไม่ใช่การรับประกันตำแหน่งงานหรือผลลัพธ์หลังสำเร็จการศึกษา ผู้เรียนยังจำเป็นต้องพัฒนาทักษะให้ตรงกับสายงาน ฝึกปฏิบัติจริง สร้างแฟ้มผลงาน และเรียนรู้การใช้เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง

ศิลปกรรมศาสตร์ สวนสุนันทา กับการเตรียมคนสร้างสรรค์ในโลกที่เปลี่ยนเร็ว

เมื่อมองกลับมาที่การเลือกเรียนต่อ คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า “เรียนศิลปกรรมแล้วจะทำงานอะไรได้บ้าง” แต่ควรถามต่อว่า ผู้เรียนจะได้พัฒนาความสามารถด้านใด มีโอกาสสร้างผลงานจริงอย่างไร และจะนำความถนัดของตนเองไปต่อยอดกับเทคโนโลยีและโลกการทำงานได้อย่างไร

คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา มีหลักสูตรระดับปริญญาตรีที่ครอบคลุมศาสตร์ด้านศิลปะ การออกแบบ ดนตรี นาฏศิลป์ แฟชั่น และศิลปะการแสดง รวม 8 สาขา ได้แก่ จิตรกรรม, ออกแบบนิเทศศิลป์, ดนตรี, การออกแบบและนวัตกรรมดิจิทัล, นาฏศิลป์ไทย, การออกแบบแฟชั่นและการจัดแต่งเครื่องแต่งกาย, ศิลปะการแสดงและผู้ประกอบการสร้างสรรค์ และการออกแบบกราฟิกดิจิทัล (ภาคพิเศษ/ทางไกลตามรายละเอียดหลักสูตร)

ความหลากหลายของสาขาเปิดพื้นที่ให้ผู้เรียนเลือกพัฒนาความถนัดของตนเอง ทั้งในสายงานศิลปะดั้งเดิม งานออกแบบร่วมสมัย งานสร้างสรรค์ที่ใช้เทคโนโลยี และการต่อยอดผลงานสู่การทำงานหรือการประกอบธุรกิจสร้างสรรค์

คณะศิลปกรรมศาสตร์ สวนสุนันทา เปิด 8 สาขา ปริญญาตรี TCAS70 รอบ Portfolio

สำหรับผู้ที่สนใจต่อยอดความคิดสร้างสรรค์สู่การเรียนระดับมหาวิทยาลัย คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่ระดับปริญญาตรี ภาคปกติ ประจำปีการศึกษา 2570 รอบที่ 1 Portfolio

8 สาขาวิชาที่เปิดรับสมัคร

  1. สาขาวิชาดนตรี
  2. สาขาวิชานาฏศิลป์
  3. สาขาวิชาศิลปะการแสดงและการเป็นผู้ประกอบการสร้างสรรค์
  4. สาขาวิชาการออกแบบนิเทศศิลป์
  5. สาขาวิชาการออกแบบแฟชั่นและสไตลิ่ง
  6. สาขาวิชาการออกแบบและนวัตกรรมดิจิทัล
  7. สาขาวิชาจิตรกรรม
  8. สาขาวิชาการออกแบบกราฟิกดิจิทัล (ทางไกล)

ผู้สมัครทุกสาขาวิชาต้องมีคะแนนเฉลี่ยสะสม GPAX ตามเกณฑ์ที่ระบุในประกาศรับสมัคร โดยโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ระบุเกณฑ์เบื้องต้นว่า GPAX มากกว่าหรือเท่ากับ 2.00 ทั้งนี้ ควรตรวจสอบรายละเอียดและเงื่อนไขเฉพาะของแต่ละสาขาจากประกาศทางการก่อนสมัคร

กำหนดการรับสมัคร TCAS70 รอบที่ 1 Portfolio

  • 3 พฤศจิกายน 2569 – 9 กุมภาพันธ์ 2570: สมัครออนไลน์
  • 15 กุมภาพันธ์ 2570: ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบคัดเลือก
  • 22 กุมภาพันธ์ 2570: ส่งข้อมูล Portfolio ในรูปแบบไฟล์ PDF
  • 23 กุมภาพันธ์ 2570: สัมภาษณ์ออนไลน์
  • 2 มีนาคม 2570: ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก
  • 10–11 มีนาคม 2570: ยืนยันสิทธิ์ในระบบ TCAS
  • 16 มีนาคม 2570: ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าศึกษา
  • 16–22 มีนาคม 2570: ศึกษาขั้นตอนการรายงานตัวและกรอกประวัตินักศึกษาใหม่

ช่องทางสมัครและสอบถามข้อมูล

เว็บไซต์คณะ: https://far.ssru.ac.th

สมัครออนไลน์ที่ https://admission.ssru.ac.th/

โทรศัพท์: 02-160-1388 ต่อ 100

ในวันที่ AI กำลังเปลี่ยนวิธีการทำงานของหลายอุตสาหกรรม การเรียนศิลปกรรมจึงยังมีความหมาย หากผู้เรียนใช้โอกาสในมหาวิทยาลัยเพื่อพัฒนาทั้งพื้นฐานทางศิลปะ ความคิดสร้างสรรค์ ทักษะดิจิทัล การทำงานร่วมกับผู้อื่น และความสามารถในการปรับตัว เพราะอนาคตไม่ได้ต้องการเพียงคนที่ใช้เครื่องมือได้ แต่ยังต้องการคนที่รู้ว่าจะใช้เครื่องมือนั้นสร้างคุณค่าอะไรให้กับโลก

เรียนศิลปกรรมในยุค AI จึงไม่ใช่การปฏิเสธเทคโนโลยี แต่คือการเรียนรู้ที่จะใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ โดยไม่ทิ้งความคิดและความเป็นมนุษย์ไว้ข้างหลัง

You may have missed