วช. ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดประชุมวิชาการระดับนานาชาติ สาขามวยไทย

จากนั้น นางสาวศิรินทร์พร เดียวตระกูล รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ประธานในพิธี กล่าวว่า ปัจจุบันมวยไทยไม่ได้เป็นเพียงกีฬาการต่อสู้เท่านั้น แต่ยังเป็นนโยบายสำคัญของชาติและกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมกีฬาของประเทศไทย หากต้องการยกระดับมวยไทยสู่เวทีโลกอย่างแท้จริง จำเป็นต้องเสริมสร้างรากฐานทางวิชาการผ่านการวิจัย การพัฒนาองค์ความรู้ และนวัตกรรมควบคู่กันไป สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จึงให้การสนับสนุนการจัดตั้ง “ศูนย์กลางองค์ความรู้มวยไทยสู่ระดับโลก (Hub of Muay Thai Knowledge to World Class)” เพื่อเป็นแหล่งรวบรวมองค์ความรู้ด้านมวยไทย และเป็นเวทีเชื่อมโยงนักวิจัย ผู้เชี่ยวชาญ และผู้ทรงคุณวุฒิจากนานาชาติ ให้เกิดความร่วมมือในการพัฒนางานวิจัยและต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์จริง
ด้านรองศาสตราจารย์ ดร.ต่อศักดิ์ แก้วจรัสวิไล รักษาการแทนผู้อำนวยการสถาบันมวยไทยแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้บริหารจัดการศูนย์กลางความรู้ศิลปะมวยไทยสู่ระดับโลก ในฐานะประธานคณะกรรมการจัดงาน กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษา หน่วยงานภาครัฐและเอกชน องค์กรมวยไทยทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อเปิดเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และนำเสนอผลงานวิจัยที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง รวมทั้งเสริมสร้างเครือข่ายทางวิชาการให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น
ภายในงานมีการนำเสนอผลงานวิจัยทั้งในรูปแบบการบรรยายและโปสเตอร์ พร้อมกิจกรรมวิชาการที่น่าสนใจ อาทิ การบรรยายพิเศษในหัวข้อ “Martial Arts as Inclusive Practices: How Coaches and Teachers Need to Promote Social Justice and Diversity for Adolescents” โดย Professor Dr. Takahiro Sato จากมหาวิทยาลัย ทสึคุบะ ประเทศญี่ปุ่น รวมถึงการเสวนาในหัวข้อ “มาตรฐานมวยไทยสู่ระดับโลก” โดยวิทยากรประกอบด้วย นายอภิชัย นราวงศ์ ดร.พงษ์ศักดิ์ สวัสดิเกียรติ นายสุทธินันท์ ฤทธิ์บริรักษ์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อิษฎี กุฏอินทร์ และกิจกรรมฝึกปฏิบัติในหัวข้อ “นวอาวุธ : ศิลปะมวยไทยขั้นสูง” โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.โพธิ์สวัสดิ์ แสงสว่าง และ นายสุพันธ์ ชะใบรัมย์ ปรมาจารย์ครูมวยไทย
การประชุมครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการผลักดันมวยไทยให้ก้าวสู่เวทีสากลในฐานะ Soft Power ที่สำคัญของประเทศไทย ผ่านการขับเคลื่อนด้วยองค์ความรู้ งานวิจัย และความร่วมมือจากเครือข่ายวิชาการระดับนานาชาติ
