เรียนฟรี มีที่พักให้ มีเงินใช้ทุกเดือน เปิดกรุสวัสดิการ “ทุนครูรัก(ษ์)ถิ่น” ฉบับที่ไม่ได้ให้แค่ทุนเรียนฟรี แต่จ่ายให้อยู่ได้ตลอด 4 ปี

ครู(รักษ์)ถิ่น2570

อ้างอิงจากประกาศสำนักงานกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เรื่อง เปิดรับข้อเสนอโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น ปีการศึกษา 2569 ลงวันที่ 6 ตุลาคม 2568 และเว็บไซต์ทางการ www.eef.or.th/fund/teachereef

ถ้าพูดถึง “ทุนเรียนครู” หลายคนอาจนึกถึงแค่ค่าเทอมฟรี แต่โครงการ “ครูรัก(ษ์)ถิ่น” ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ไปไกลกว่านั้น เพราะให้ทั้งค่าเทอม ที่พัก เงินค่าครองชีพรายเดือน และค่าอุปกรณ์การเรียน ตลอด 4 ปีการศึกษา แลกกับเงื่อนไขเดียว คือกลับไปเป็นครูในโรงเรียนบ้านเกิดของตัวเอง บทความนี้พาไปเปิดตัวเลขสวัสดิการ คุณสมบัติ และเงื่อนไขจริงจากประกาศฉบับทางการ พร้อมแนวทางเตรียมตัวสำหรับผู้ที่อยากติดตามรอบสมัครถัดไป

สรุปไว: เรียนฟรี 4 ปี + มีหอพักให้ + มีเงินค่าครองชีพให้ทุกเดือน + เรียนจบบรรจุเป็นข้าราชการครูทันที — แลกกับการกลับไปสอนที่บ้านเกิดต่อเนื่องอย่างน้อย 6 ปี

1. “ครูรัก(ษ์)ถิ่น” ต่างจากทุนเรียนครูทั่วไปตรงไหน

โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นเป็นทุนภายใต้กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ที่ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะจุด คือโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลที่ครูขาดแคลนและโยกย้ายบ่อย เพราะครูที่ไปบรรจุมักไม่ใช่คนในพื้นที่ แนวคิดของโครงการจึงต่างจากทุนเรียนครูทั่วไป ตรงที่ “ปลูกครูจากในพื้นที่” คือคัดเลือกเด็กที่มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่เป้าหมายอยู่แล้ว ให้ไปเรียนครูแล้วกลับมาสอนที่บ้านเกิดของตัวเอง

อีกจุดที่ต่างชัดเจนคือ ระบบคัดกรองความยากจนที่ใช้ข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่การประเมินด้วยสายตา ตามประกาศฉบับทางการ กสศ. นิยาม “นักเรียนยากจน” ว่าเป็นนักเรียนที่อยู่อาศัยในครัวเรือนที่มีรายได้เฉลี่ยของสมาชิกไม่เกิน 6,000 บาทต่อเดือน หรือตามที่ กสศ. กำหนด และต้องผ่านการคัดกรองด้วยวิธีวัดรายได้ทางอ้อม หรือ Proxy Means Test (PMT) ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ กสศ. ใช้คัดกรองความยากจนอย่างเป็นระบบทั่วประเทศ

2. โครงการนี้ต่อเนื่องหรือไม่ และรอบปี 2570 จะเปิดรับจริงหรือไม่

นี่คือคำถามสำคัญที่สุดสำหรับผู้ที่วางแผนสมัครในรอบถัดไป จึงขอตรวจสอบโดยอ้างอิงเฉพาะแหล่งข้อมูลทางการของ กสศ. (eef.or.th) และแถลงการณ์ของหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องเท่านั้น

  • เป็นโครงการต่อเนื่องจริง: ครูรัก(ษ์)ถิ่นเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2562 (รุ่นที่ 1 ทุนปีการศึกษา 2563) และดำเนินต่อเนื่องมาแล้ว 6 รุ่นจนถึงปัจจุบัน โดย “ระยะที่ 1” ดำเนินการครบ 5 รุ่นเมื่อปีการศึกษา 2567 ตามที่ กสศ. ยืนยันไว้ในบทความทางการ
  • รุ่นที่ 6 (ปีการศึกษา 2569) คือจุดเริ่มต้นของ “ระยะที่ 2”: บทความทางการของ กสศ. เรื่อง “กสศ. ผนึก 10 สถาบันผลิตครู สานต่อ ‘ครูรัก(ษ์)ถิ่นรุ่น 6′” (เผยแพร่ 30 ต.ค. 2568) ระบุชัดเจนว่า “โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น ได้ดำเนินการครบ 5 รุ่นเมื่อปีการศึกษา 2567 ที่ผ่านมา โดยในระยะที่ 2 รุ่นที่ 6 นี้…” ยืนยันว่ารุ่นที่ 6 ไม่ใช่รุ่นสุดท้าย แต่เป็นจุดเริ่มต้นของเฟสใหม่
  • กสศ. เคยประกาศเจตนารมณ์ขยายผลเกินกว่า 5 รุ่นเดิม: บทความทางการ กสศ. เรื่อง “เดินหน้า ‘ครูรัก(ษ์)ถิ่น ระยะที่ 2′” (เผยแพร่ 1 ก.ย. 2568) ระบุว่า กสศ. ได้หารือกับสำนักงบประมาณเพื่อ “เตรียมขยายผลโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น ระยะที่ 2 ให้ครอบคลุมมากกว่า 5 รุ่นที่ประสบความสำเร็จไปแล้ว” ซึ่งแสดงเจตนาว่าจะมีรุ่นต่อจากรุ่นที่ 6 อีก แม้ไม่ได้ระบุจำนวนรุ่นที่แน่นอน
  • มีการหารือเรื่องงบประมาณปี 2570 ต่อเนื่อง: บทความทางการ กสศ. เรื่องรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (เผยแพร่ 16 เม.ย. 2569) ระบุว่ารัฐมนตรีให้ความสำคัญกับ “การสนับสนุนโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่นของ กสศ.” และมอบหมายให้มีการทำงานร่วมกับสภาการศึกษา “ให้ทันงบประมาณปี 2570” ซึ่งสะท้อนว่าโครงการยังอยู่ในแผนงบประมาณระดับชาติต่อเนื่อง

ข้อสำคัญที่ต้องระบุอย่างตรงไปตรงมา: จากการสืบค้นแหล่งข้อมูลทางการของ กสศ. ทั้งหมด ณ ขณะจัดทำบทความนี้ ยังไม่พบประกาศฉบับทางการฉบับใดที่ระบุชื่อ “รุ่นที่ 7” หรือ “ปีการศึกษา 2570” พร้อมรายละเอียดการรับสมัคร จำนวนอัตรา หรือรายชื่อสถาบันที่เข้าร่วมอย่างเป็นทางการ ดังนั้น แม้หลักฐานเชิงนโยบายและงบประมาณจะชี้ไปในทิศทางที่สนับสนุนว่าโครงการจะดำเนินต่อเนื่องไปยังรอบปีการศึกษา 2570 อย่างมีนัยสำคัญ แต่ยังถือเป็น “แนวโน้มที่มีความเป็นไปได้สูง” ไม่ใช่ “ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว” ผู้สนใจไม่ควรเข้าใจว่ารอบปี 2570 เปิดรับสมัครแน่นอนแล้ว จนกว่า กสศ. จะออกประกาศอย่างเป็นทางการเช่นเดียวกับที่เคยทำในทุกรุ่นที่ผ่านมา

3. เปิดกรุสวัสดิการ: เรียนฟรีจริงหรือ มีอะไรให้บ้าง

ตามประกาศ กสศ. เรื่อง เปิดรับข้อเสนอโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น ปีการศึกษา 2569 ข้อ 13 ระบุรายการเงินสนับสนุนที่ผู้รับทุนจะได้รับตลอดการศึกษาไว้อย่างชัดเจน ดังนี้:

รายการสวัสดิการ อัตราที่ได้รับ
ค่าธรรมเนียมการศึกษา (จ่ายตามจริง) ไม่เกิน 28,000 บาท/คน/ปี
ค่าที่พัก ไม่เกิน 20,000 บาท/คน/ปี
ค่าครองชีพ 6,000 บาท/คน/เดือน
ค่าตำราและอุปกรณ์การเรียนที่จำเป็น 2,000 บาท/คน/เดือน

เฉพาะค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าที่พักสองรายการนี้ หากคิดในอัตราสูงสุดตลอด 4 ปีการศึกษา รวมกันแล้วไม่เกิน 192,000 บาทต่อคน (คำนวณจากอัตราสูงสุดต่อปี คูณ 4 ปี) ยังไม่นับรวมค่าครองชีพและค่าอุปกรณ์การเรียนที่จ่ายเป็นรายเดือนตลอดปีการศึกษาอีกต่างหาก

นอกจากเงินสนับสนุนโดยตรงแล้ว กสศ. ยังกำหนดให้สถาบันการศึกษาที่เข้าร่วมโครงการต้องจัดสวัสดิการแวดล้อมให้ผู้รับทุนแบบครบวงจร ได้แก่ ระบบหอพักภายใต้แนวคิด “หอพักสุขภาวะและหอพักแห่งการเรียนรู้” ที่มีอาจารย์พี่เลี้ยงดูแลใกล้ชิด ระบบให้คำปรึกษาและช่วยเหลือผู้เรียน การสื่อสารกับผู้ปกครองตลอดระยะเวลาการศึกษา รวมถึงกิจกรรมเสริมศักยภาพ (Enrichment Program) ที่ได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก กสศ. โดยเฉพาะ เพื่อพัฒนาทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ และทักษะวิชาชีพครูควบคู่ไปกับการเรียนในหลักสูตรปกติ

ตัวเลขสวัสดิการข้างต้นเป็นอัตราที่ประกาศใช้สำหรับรุ่นที่ 6 ปีการศึกษา 2569 ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการว่ารุ่นถัดไป (ปีการศึกษา 2570) จะใช้อัตราเดียวกันหรือมีการปรับเปลี่ยน ผู้สนใจควรตรวจสอบประกาศฉบับใหม่เมื่อเผยแพร่อีกครั้ง

4. ใครสมัครได้บ้าง (คุณสมบัติผู้รับทุน)

ประกาศฉบับนี้ระบุคุณสมบัติของผู้สมัครเป็นผู้รับทุนไว้ 9 ข้อ ครอบคลุมทั้งด้านการศึกษา ภูมิลำเนา ฐานะครอบครัว และความประพฤติ:

  • กำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือระดับที่เทียบเท่า
  • มีสัญชาติไทย
  • เป็นนักเรียนยากจนตามหลักเกณฑ์ที่ประกาศกำหนด (ผ่านการคัดกรองด้วย PMT)
  • บิดา มารดา หรือผู้ปกครอง และตัวผู้ขอรับทุน มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตตำบลซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงเรียนพื้นที่ห่างไกลเป้าหมาย ต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 3 ปีจนถึงวันสมัคร
  • มีผลการเรียนเฉลี่ยสะสม (เกรดเฉลี่ยสะสม) 5 ภาคการศึกษา ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า ไม่ต่ำกว่า 2.70
  • มีเจตคติที่ดีต่อวิชาชีพครู และมีความประสงค์จะเป็นครูในพื้นที่ซึ่งเป็นท้องถิ่นของตนเอง
  • มีประสบการณ์ในการทำกิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อส่วนรวม
  • ไม่มีความประพฤติที่ส่อว่าจะเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาในระหว่างรับทุน
  • มีความประพฤติดี ไม่มีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด หรือมีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี

ข้อที่พลาดไม่ได้: เกณฑ์ภูมิลำเนา (ต้องอยู่ในตำบลที่เป็นที่ตั้งของโรงเรียนพื้นที่ห่างไกลเป้าหมาย) และเกณฑ์เกรดเฉลี่ยขั้นต่ำ 2.70 เป็นสองจุดที่ผู้สมัครพลาดบ่อยที่สุด ควรตรวจสอบทั้งสองข้อนี้ให้ชัดเจนที่สุดก่อนตัดสินใจสมัคร

5. เรียนจบแล้วต้องทำอะไร — เงื่อนไข “ใช้ทุนคืน” ที่ต้องรู้ก่อนสมัคร

นี่คือจุดที่หลายคนเข้าใจคลาดเคลื่อน เพราะแหล่งข่าวทั่วไปมักพูดถึงระยะเวลาทำงานใช้ทุนไว้ที่ 3 ปี แต่ตามประกาศฉบับทางการฉบับนี้ ข้อ 12 ระบุไว้ชัดเจนว่า:

  • เมื่อผู้รับทุนสำเร็จการศึกษาและได้รับการบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูในโรงเรียนเป้าหมายของโครงการแล้ว ต้องปฏิบัติราชการในโรงเรียนดังกล่าวต่อเนื่องติดต่อกันไม่น้อยกว่า 6 ปี นับจากวันที่ได้รับการบรรจุแต่งตั้ง
  • หากผู้รับทุนยุติการศึกษาระหว่างทาง หรือไม่สำเร็จการศึกษาตามสัญญา ต้องชดใช้เงินทุนการศึกษาที่ได้รับไปทั้งหมดคืนให้ กสศ.
  • หากสำเร็จการศึกษาแล้วแต่ไม่เข้ารับการบรรจุ หรือบรรจุแล้วไม่ปฏิบัติงานครบตามระยะเวลาที่กำหนด ต้องชดใช้เงินทุนคืนเช่นกัน โดยอาจมีการพิจารณาลดสัดส่วนตามระยะเวลาที่ได้ปฏิบัติราชการไปแล้ว

3 ปี ที่หลายแหล่งข่าวเคยระบุไว้ก่อนหน้านี้ แท้จริงแล้วเป็นเงื่อนไข “ระยะเวลาการมีภูมิลำเนา” ของผู้สมัคร (ต้องอาศัยอยู่ในพื้นที่เป้าหมายต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 3 ปีก่อนวันสมัคร) ไม่ใช่ระยะเวลาทำงานใช้ทุนหลังบรรจุ ซึ่งตามประกาศฉบับทางการคือ 6 ปี บทความนี้ขอแก้ไขให้ถูกต้องตามเอกสารต้นฉบับ

6. เบื้องหลังทุนนี้: ทำไมสถาบันที่เข้าร่วมต้องผ่านเกณฑ์เข้ม

อีกสิ่งที่ทำให้ครูรัก(ษ์)ถิ่นต่างจากทุนทั่วไป คือ กสศ. ไม่ได้ให้ทุนตรงกับนักเรียน แต่คัดเลือก “สถาบันการศึกษา” ที่มีความพร้อมสูงให้เข้าร่วมโครงการก่อน แล้วสถาบันเหล่านั้นจึงเป็นผู้รับผิดชอบค้นหาและคัดเลือกนักเรียนในพื้นที่เป้าหมายอีกทอดหนึ่ง โดยสถาบันที่จะได้รับคัดเลือกต้องผ่านเกณฑ์ความพร้อมหลายด้าน ได้แก่

  • ที่ตั้ง — ต้องอยู่ในภูมิภาคเดียวกับโรงเรียนพื้นที่ห่างไกลที่ผู้รับทุนจะไปบรรจุ
  • บุคลากร — ต้องมีอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร อาจารย์ประจำ อาจารย์นิเทศที่มีคุณวุฒิและผลงานวิจัยตามเกณฑ์มาตรฐาน และรับนักศึกษาได้ไม่เกิน 30 คนต่อสาขาวิชาต่อชั้นปี เพื่อรักษาคุณภาพการดูแลอย่างใกล้ชิด
  • อาคารสถานที่และหอพัก — ต้องมีห้องสมุด แหล่งเรียนรู้ และหอพักที่เพียงพอ มีระบบดูแลตลอด 4 ปีการศึกษา
  • เครือข่ายฝึกประสบการณ์วิชาชีพ — ต้องมีโรงเรียนเครือข่ายรวมถึงโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล สำหรับให้นักศึกษาทุนฝึกสอนจริงก่อนสำเร็จการศึกษา

เกณฑ์เหล่านี้สะท้อนว่าโครงการควบคุมคุณภาพตั้งแต่ต้นทาง ไม่ใช่แค่การให้ทุนแล้วปล่อยตามยถากรรม แต่ออกแบบระบบดูแลผู้รับทุนอย่างใกล้ชิดตลอดกระบวนการ

7. ไทม์ไลน์จริงที่เกิดขึ้น (อ้างอิงรุ่นที่ 6 ปีการศึกษา 2569)

ข้อควรเข้าใจให้ถูกต้องคือ ประกาศฉบับนี้เป็นการเปิดรับ “สถาบันการศึกษา” ให้เข้าร่วมเป็นผู้ผลิตและพัฒนาครูในโครงการ ไม่ใช่ประกาศรับสมัครนักเรียนโดยตรง ปฏิทินที่ระบุในประกาศจึงเป็นปฏิทินคัดเลือกสถาบัน ดังนี้:

ขั้นตอน ช่วงเวลา
เปิดรับข้อเสนอโครงการจากสถาบันการศึกษา และประชาสัมพันธ์โครงการ 6–15 ต.ค. 2568
คณะทำงานพิจารณาคุณสมบัติและคัดเลือกสถาบันการศึกษา 6–21 ต.ค. 2568
ประกาศรายชื่อสถาบันการศึกษาที่ผ่านการคัดเลือก 22 ต.ค. 2568
ประชุมเชิงปฏิบัติการเตรียมความพร้อม และจัดทำสัญญาภาคีร่วมดำเนินงาน 25–26 ต.ค. 2568

หลังจากขั้นตอนนี้ สถาบันการศึกษาที่ผ่านการคัดเลือกแต่ละแห่งจะเป็นผู้เปิดรับสมัครนักเรียนในพื้นที่เป้าหมายของตนเองต่อไป ซึ่งเป็นคนละขั้นตอนและคนละช่วงเวลากับปฏิทินคัดเลือกสถาบันข้างต้น

8. เตรียมตัวอย่างไรให้พร้อมสำหรับรอบถัดไป

จากรูปแบบการดำเนินงานที่เกิดขึ้นจริงในรุ่นที่ 6 ผู้ที่สนใจติดตามและเตรียมสมัครในรอบปีการศึกษาถัดไป สามารถวางแผนล่วงหน้าได้ดังนี้:

ช่วงเวลาเปิดรับสมัครจริงของแต่ละสถาบัน (รุ่นที่ 6 ปีการศึกษา 2569)

จากการสืบค้นประกาศรับสมัครของสถาบันเครือข่ายที่เปิดรับจริงในรุ่นที่ 6 พบว่าแต่ละสถาบันประกาศรายละเอียดและกำหนดวันรับสมัครของตนเองแยกกัน ไม่ได้เปิด-ปิดพร้อมกันทั้งหมด โดยสรุปช่วงเดือนที่พบได้ดังนี้:

สถาบัน ช่วงเดือนที่เปิดรับสมัครจริง
กสศ. (ภาพรวมทั้งโครงการ) เริ่มปลายเดือนพฤศจิกายน (แต่ละสถาบันประกาศรายละเอียดเอง)
มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต พฤศจิกายน–ธันวาคม
มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ฯ ปิดรับสมัครภายในธันวาคม
มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย เปิดรับต่อเนื่องถึงปลายธันวาคม
มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา เริ่มประชาสัมพันธ์เตรียมเปิดรับตั้งแต่พฤศจิกายน
มหาวิทยาลัยขอนแก่น เดิมกำหนดธันวาคม ภายหลังเลื่อนเป็นมกราคม
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี คัดกรองคุณสมบัติ/สัมภาษณ์ช่วงปลายปีต่อเนื่องถึงต้นปีถัดไป

ข้อสังเกตสำคัญ: ช่วงเวลาเปิดรับสมัครไม่ตรงกันทุกสถาบัน และบางแห่ง (เช่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น) มีการเลื่อนกำหนดการจริงแม้ในปีเดียวกัน แสดงว่าปฏิทินอาจคลาดเคลื่อนได้ ผู้สนใจจึงควรติดตามประกาศของสถาบันที่ตนเองสนใจโดยตรง ไม่ควรยึดกำหนดการของสถาบันอื่นเป็นเกณฑ์

ประมาณการช่วงเวลาสำหรับรอบถัดไป (อิงจากรูปแบบปีที่ผ่านมา)

จากรูปแบบขั้นตอนที่เกิดขึ้นจริงในรุ่นที่ 6 สามารถประมาณการกรอบเวลาคร่าว ๆ สำหรับรอบปีการศึกษาถัดไปได้ ดังนี้ (เป็นการประมาณการโดยอ้างอิงแนวโน้มเดิม ไม่ใช่กำหนดการที่ยืนยันแล้ว):

ขั้นตอน ช่วงเดือนที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ประมาณการ)
กสศ. เปิดรับข้อเสนอจากสถาบันการศึกษา ตุลาคม
ประกาศรายชื่อสถาบันที่ผ่านการคัดเลือก ตุลาคม (ช่วงปลายเดือน)
แต่ละสถาบันเริ่มเปิดรับสมัครนักเรียน พฤศจิกายน
ปิดรับสมัคร/สอบสัมภาษณ์ (ส่วนใหญ่) ธันวาคม
บางสถาบันเปิดรับต่อเนื่องหรือเลื่อนกำหนดการ มกราคม
ประกาศผลผู้ได้รับทุนขั้นสุดท้าย มกราคม–มีนาคม

ตารางนี้เป็นการประมาณการจากแนวโน้มที่เกิดขึ้นจริงในรุ่นที่ 6 เท่านั้น ไม่ใช่ปฏิทินที่ กสศ. ยืนยันแล้วสำหรับรอบปีการศึกษา 2570 ผู้สนใจควรใช้ตารางนี้เพื่อวางแผนเตรียมเอกสารและความพร้อมล่วงหน้าเท่านั้น และต้องยึดประกาศฉบับทางการที่จะเผยแพร่จริงเป็นหลักเสมอ

  • ตรวจสอบเกรดเฉลี่ยสะสม (GPAX) ของตนเองให้ไม่ต่ำกว่า 2.70 อย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นเกณฑ์คุณสมบัติขั้นต่ำที่ระบุไว้ชัดเจนในประกาศ
  • ตรวจสอบว่าภูมิลำเนาของบิดา มารดา หรือผู้ปกครอง และตัวผู้สมัคร อยู่ในเขตพื้นที่เป้าหมายต่อเนื่องมาแล้วหรือยัง เนื่องจากเกณฑ์กำหนดระยะเวลาการมีภูมิลำเนาไว้ไม่น้อยกว่า 3 ปีก่อนวันสมัคร
  • เตรียมเอกสารรับรองฐานะทางเศรษฐกิจของครอบครัวล่วงหน้า เนื่องจากการคัดกรอง “นักเรียนยากจน” ใช้ระบบวัดรายได้ทางอ้อม (PMT) ซึ่งต้องอาศัยข้อมูลรายได้ครัวเรือนที่ถูกต้องครบถ้วน
  • สะสมประสบการณ์ทำกิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อส่วนรวม เนื่องจากเป็นหนึ่งในคุณสมบัติที่ประกาศระบุไว้อย่างชัดเจน
  • ทำความเข้าใจเงื่อนไขการทำงานใช้ทุน 6 ปีหลังบรรจุให้ถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจสมัคร เพราะเป็นพันธะผูกพันระยะยาวที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ
  • ติดตามประกาศฉบับทางการจากเว็บไซต์ กสศ. อย่างใกล้ชิดในช่วงต้นเดือนตุลาคมของทุกปี เนื่องจากรูปแบบที่ผ่านมา กสศ. มักออกประกาศเชิญชวนสถาบันการศึกษาในช่วงต้นเดือนตุลาคม ก่อนที่แต่ละสถาบันจะเปิดรับสมัครนักเรียนต่อในลำดับถัดไป

ปฏิทินและอัตราสวัสดิการข้างต้นเป็นข้อมูลของรุ่นที่ 6 ปีการศึกษา 2569 เท่านั้น รอบปีการศึกษา 2570 อาจมีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดตามนโยบายและงบประมาณของ กสศ. ในปีนั้น ๆ ผู้สนใจควรยึดประกาศฉบับใหม่ที่จะเผยแพร่เป็นหลัก

9. สรุป

ครูรัก(ษ์)ถิ่นไม่ใช่แค่ทุนเรียนฟรี แต่เป็นระบบสนับสนุนแบบครบวงจรที่ออกแบบมาให้ผู้รับทุนอยู่ได้จริงตลอด 4 ปีการศึกษา ทั้งค่าเทอม ที่พัก ค่าครองชีพ และค่าอุปกรณ์การเรียน ควบคู่ไปกับกระบวนการคัดกรองที่เข้มงวดทั้งฝั่งสถาบันการศึกษาและฝั่งผู้สมัคร แลกกับพันธะสัญญาที่ชัดเจน คือกลับไปเป็นครูในบ้านเกิดต่อเนื่องอย่างน้อย 6 ปีหลังบรรจุ โครงการนี้เป็นโครงการต่อเนื่องที่ดำเนินมาแล้ว 6 รุ่นและอยู่ระหว่างขยายผลสู่ “ระยะที่ 2” ตามที่ กสศ. ยืนยันเป็นทางการ แต่รอบปีการศึกษา 2570 (รุ่นที่ 7) ยังไม่มีประกาศรับสมัครอย่างเป็นทางการ ณ ขณะจัดทำบทความนี้ สำหรับผู้ที่สนใจสมัครในรอบถัดไป การเตรียมเกรดเฉลี่ย เอกสารรายได้ครอบครัว และความเข้าใจในเงื่อนไขทั้งหมดล่วงหน้า คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้พร้อมที่สุดเมื่อประกาศรับสมัครรอบใหม่มาถึงจริง

10. แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ประกาศสำนักงานกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา เรื่อง เปิดรับข้อเสนอโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น ปีการศึกษา 2569 ลงนามโดยนายไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ประกาศ ณ วันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2568 (เอกสารทางการที่ผู้เขียนได้รับ)

เว็บไซต์ทางการของโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น กสศ.: https://www.eef.or.th/fund/teachereef/

กสศ. ผนึก 10 สถาบันผลิตครู สานต่อ “ครูรัก(ษ์)ถิ่นรุ่น 6” (30 ต.ค. 2568): https://www.eef.or.th/article-291025-2/

กสศ. เดินหน้า “ครูรัก(ษ์)ถิ่น ระยะที่ 2” (1 ก.ย. 2568): https://www.eef.or.th/news-010925/

รมว.ศธ. หารืองบประมาณปี 2570 ร่วมกับ กสศ. (16 เม.ย. 2569): https://www.eef.or.th/news-160426-2/

บทความนี้เรียบเรียงจากประกาศฉบับทางการของ กสศ. และเว็บไซต์ทางการของโครงการ ตัวเลขสวัสดิการ คุณสมบัติ และเงื่อนไขทั้งหมดอ้างอิงจากรุ่นที่ 6 ปีการศึกษา 2569 ซึ่งเป็นรุ่นล่าสุดที่มีประกาศฉบับทางการรองรับ ณ ขณะจัดทำบทความ รายละเอียดที่มีผลผูกพันทางการสมัครหรือทางกฎหมายในรอบปีถัดไป ให้ยึดตามประกาศฉบับใหม่ของ กสศ. เป็นหลัก

You may have missed