สพฐ.จ่อปรับเกณฑ์รับนักเรียนปี 70 ดันสมัครออนไลน์! ถกโรงเรียนดัง ทบทวนเวลาสำรองที่นั่ง–จำนวนเด็กต่อห้อง

สพฐ.ปรับเกณฑ์รับนักเรียน2570

สพฐ.จ่อปรับเกณฑ์รับนักเรียนปี 70 ดันสมัครออนไลน์! ถกโรงเรียนดัง ทบทวนเวลาสำรองที่นั่ง–จำนวนเด็กต่อห้อง ก่อนชงบอร์ด กพฐ.เคาะ

สพฐ.เตรียมปรับหลักเกณฑ์รับนักเรียน ปีการศึกษา 2570 รับฟังเสียงผู้บริหารโรงเรียนทั่วประเทศ ทั้งโรงเรียนขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก ทบทวนข้อจำกัดการดำเนินงานจริง ตั้งแต่ระยะเวลาสำรองที่นั่งจนถึงจำนวนนักเรียนต่อห้อง พร้อมผลักดันเทคโนโลยีดิจิทัลและระบบรับสมัครออนไลน์ ลดภาระงานเอกสารครูและผู้ปกครอง ก่อนเสนอคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานพิจารณาให้ความเห็นชอบ

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ดร.ภูธร จันทะหงษ์ ปุณยจรัสธำรง รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยความคืบหน้าการเตรียมจัดทำนโยบายและแนวปฏิบัติการรับนักเรียน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ปีการศึกษา 2570 ว่า สพฐ.ได้หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้บริหารสถานศึกษาหลายขนาด ทั้งระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา รวมถึงโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูง เพื่อทบทวนหลักเกณฑ์ให้เหมาะสมกับสภาพการดำเนินงานจริงของแต่ละโรงเรียน

การหารือครั้งนี้ยังเปิดโอกาสให้ผู้แทนหน่วยงานที่มีสถานศึกษาในสังกัด อาทิ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ร่วมสะท้อนความคิดเห็น เพื่อให้แนวทางการรับนักเรียนมีความสอดคล้องกับบริบทของระบบการศึกษาและสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จับตาทบทวนเวลาสำรองที่นั่ง โรงเรียนแข่งขันสูงต้องเตรียมตัว

หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณาคือระยะเวลาการสำรองที่นั่งของนักเรียน ซึ่งที่ผ่านมาโรงเรียนบางแห่งเห็นว่ากรอบเวลาอาจกระชั้นชิดเกินไป โดยเฉพาะกรณีที่กำหนดระยะเวลาเพียง 7 วัน จึงจำเป็นต้องทบทวนให้เหมาะสมกับขั้นตอนการดำเนินงานและข้อจำกัดของแต่ละสถานศึกษา

ทั้งนี้ โรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงและโรงเรียนที่เปิดหลักสูตรหรือโครงการพิเศษจำเป็นต้องเตรียมแผนการรับสมัคร การจัดสอบคัดเลือก และการบริหารจำนวนผู้สมัครล่วงหน้า โดยมีโรงเรียนที่ถูกกล่าวถึง เช่น โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา และโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ซึ่งต้องติดตามรายละเอียดหลักเกณฑ์และปฏิทินรับสมัครอย่างใกล้ชิด

สพฐ.เปิดรับฟังเสียงโรงเรียน ก่อนเสนอ กพฐ.เห็นชอบ

ดร.ภูธร ระบุว่า นายธนู ขวัญเดช เลขาธิการ กพฐ. ให้ความสำคัญกับการจัดทำเกณฑ์รับนักเรียนที่โปร่งใสและเป็นธรรม โดยเน้นการรับฟังความคิดเห็นจากผู้อำนวยการโรงเรียน ซึ่งเข้าใจปัญหาและข้อจำกัดในการปฏิบัติงานจริงในแต่ละพื้นที่

สพฐ.จึงประสานผู้อำนวยการเขตตรวจราชการให้กระจายข้อมูลไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริหารสถานศึกษาและผู้เกี่ยวข้องเสนอความคิดเห็น ก่อนรวบรวมข้อเสนอแนะมาปรับปรุงหลักเกณฑ์ และนำเสนอคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานพิจารณาให้ความเห็นชอบ

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการทบทวนรายละเอียด จึงต้องรอข้อสรุปอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับเงื่อนไขการรับสมัครและกำหนดการต่าง ๆ ก่อนที่โรงเรียนทั่วประเทศจะนำไปใช้เตรียมความพร้อม

จำนวนนักเรียนต่อห้องเป็นอีกโจทย์ใหญ่ รับมือเด็กเกิดน้อย

อีกประเด็นที่ต้องจับตาคือการกำหนดจำนวนนักเรียนต่อห้อง ซึ่งอาจพิจารณาความยืดหยุ่นได้ในบางกรณี แต่ไม่สามารถใช้หลักเกณฑ์เดียวกันทั้งหมดโดยไม่คำนึงถึงบริบทของพื้นที่

เนื่องจากอัตราการเกิดที่ลดลงส่งผลให้จำนวนเด็กวัยเรียนลดน้อยลง โรงเรียนบางแห่งมีนักเรียนไม่เพียงพอต่อการจัดชั้นเรียน โดยเฉพาะโรงเรียนขนาดเล็กที่ต้องเผชิญข้อจำกัดด้านการบริหารจัดการ และปัญหาดังกล่าวอาจส่งผลต่อเนื่องไปถึงการจัดการศึกษาระดับปฐมวัย

การปรับเกณฑ์รับนักเรียนจึงต้องพิจารณาควบคู่กับการบริหารจัดการสถานศึกษาให้เหมาะสมกับจำนวนเด็กและสภาพพื้นที่ สอดคล้องกับนโยบายของนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่ให้ความสำคัญกับการจัดการศึกษาให้เหมาะสมกับบริบท พร้อมลดภาระงานของครู

จ่อใช้ระบบออนไลน์ ลดเอกสาร–ลดภาระโรงเรียนและผู้ปกครอง

สำหรับทิศทางการดำเนินงาน สพฐ.ให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ โดยเฉพาะการรับสมัครนักเรียนผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อลดขั้นตอนการทำงาน ลดภาระเอกสาร และลดความจำเป็นในการเดินทางติดต่อโรงเรียน

แนวทางดังกล่าวเป็นประเด็นที่ผู้ปกครองและนักเรียนควรติดตาม เพราะหากมีการกำหนดรูปแบบการรับสมัครออนไลน์เพิ่มเติม จะต้องพิจารณารายละเอียดด้านระบบสมัคร การส่งเอกสาร การตรวจสอบข้อมูล และการประกาศผลให้ชัดเจน เพื่อให้ผู้สมัครสามารถเข้าถึงกระบวนการได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม

ทั้งนี้ ยังต้องรอประกาศอย่างเป็นทางการจาก สพฐ.ว่าการรับสมัครออนไลน์จะดำเนินการในรูปแบบใด ครอบคลุมโรงเรียนประเภทใดบ้าง และจะเริ่มใช้ในขั้นตอนใดของการรับนักเรียนปีการศึกษา 2570

สรุป: การรับนักเรียนปีการศึกษา 2570 เป็นอีกวาระสำคัญที่ สพฐ.เตรียมทบทวนทั้งกระบวนการ โดยมีประเด็นหลัก ได้แก่ ความเหมาะสมของระยะเวลาสำรองที่นั่ง การกำหนดจำนวนนักเรียนต่อห้อง การรับมือกับจำนวนเด็กวัยเรียนที่ลดลง และการนำระบบออนไลน์มาช่วยลดภาระงานของโรงเรียนและผู้ปกครอง ก่อนเสนอ กพฐ.พิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป

ผู้ปกครองและนักเรียนควรติดตามประกาศจาก สพฐ.และโรงเรียนเป้าหมายโดยตรง เพื่อรับทราบหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และกำหนดการรับสมัครฉบับที่ได้รับความเห็นชอบแล้ว

แหล่งข้อมูลทางการ: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)

และข้อมูล https://www.matichon.co.th/

You may have missed