วิศวกรรมชีวการแพทย์ ม.รังสิต ติดอาวุธชุดความคิดและทักษะ Digital Transformation มุ่งยกระดับวิศวกรชีวการแพทย์ เพื่อร่วมเปลี่ยน Volume Based Patient Care เป็น Value Based Healthcare ของไทย

 

วิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยรังสิต ติดอาวุธชุดความคิดและทักษะ Digital Transformation มุ่งยกระดับวิศวกรชีวการแพทย์ เพื่อร่วมเปลี่ยน Volume Based Patient Care เป็น Value Based Healthcare ของประเทศไทย

รองศาสตราจารย์นันทชัย ทองแป้น คณบดีวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยว่า วิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ โดยการสนับสนุนทุนจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้ประสบความสำเร็จอย่างดียิ่งในการดำเนินการเปิดอบรมหลักสูตรแบบ Non Degree ทางด้านDigital Transformation ทางด้านเครื่องมือแพทย์และเทคโนโลยีการดูแลรักษาสุขภาพ จำนวน 2 รุ่น มีผู้สำเร็จการศึกษาจำนวนทั้งสิ้นกว่า 80 คน

วัตถุประสงค์ของการจัดการอบรมหลักสูตรดังกล่าวเนื่องมาจาก Paradigm ทางด้านการแพทย์ของโลกได้เปลี่ยนจากแบบ Volume Based การแพทย์เชิงรักษาเป็นเชิง Value Based หรือการแพทย์เชิงป้องกัน หรือการดูแลสุขภาพให้กับประชาชนที่มุ่งพัฒนาในด้านของการเข้าถึงการดูรักษาสุขภาพที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ทันเวลา ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ความเท่าเทียมและการให้ความสำคัญกับผู้ป่วยที่เรียกเป็นตัวย่อว่า “STEEEP” ทั้งนี้ เนื่องจากยุทธศาสตร์ของประเทศไทยมุ่งเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ ดังนั้น เสาหลักของการการแพทย์ยุคใหม่ที่สำคัญนอกจากบุคลากรทางการแพทย์และยารักษาโรคแล้วก็คือ เครื่องมือและเทคโนโลยีทางการแพทย์ซึ่งบุคลากรที่รับผิดชอบหลักก็คืออาชีพที่เรียกว่า “วิศวกรชีวการแพทย์ (Biomedical Engineers)”

ในฐานะที่วิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยรังสิต เป็นหนึ่งในฐานนะผู้ผลิตบุคลากรดังกล่าวได้มองเห็นว่าเพื่อให้ประเทศไทยเป็นผู้นำและบรรลุเป้าหมายในการดำเนินยุทธศาสตร์ การมุ่งเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์และการดูแลรักษาสุขภาพให้สอดคล้องกับกระบวนทัศน์ใหม่ทางด้านการแพทย์นี้ จึงได้จัดอบรมหลักสูตรแบบ Non Degreeทางด้าน Digital Transformation ทางด้านเครื่องมือแพทย์และเทคโนโลยีการดูแลรักษาสุขภาพขึ้น โดยได้รับทุนสนับสนุนจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)ประจำปีการศึกษา 2565 และต่อเนื่องถึงปีการศึกษา 2566 โดยมีผู้สำเร็จการศึกษาที่สามารถเป็นแม่ไก่ออกไปขยายชุดองค์ความรู้และทักษะดังกล่าวได้จำนวนทั้งสิ้น 80 คน

“จากผลการดำเนินการของหลักสูตรทั้ง 2 รุ่น ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างดีเยี่ยมทั้งในด้านผลการประเมินจากผู้เข้าร่วมอบรม ผลการประเมินจากองค์กรที่ส่งบุคลากรเข้าร่วมอบรมรวมทั้งพบว่าผู้สำเร็จการอบรมส่วนหนึ่งสามารถใช้ชุดความคิด ชุดองค์ความรู้และทักษะในการพัฒนางานจนมีความก้าวหน้าทั้งทางด้านผลการดำเนินงาน ตำแหน่งงานและค่าตอบแทนที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สำคัญที่สุดก็คือผลทางอ้อมที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยที่ถือว่าวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาชุดความคิด ชุดองค์ความรู้และชุดทักษะ ทางด้านSmart Medical Devices และSmart Healthcare Technology ให้กับบุคลากรต้นแบบหรือแม่ไก่ให้กับประเทศไทยเพื่อไปขยายผลให้กับองค์กรและประเทสไทยต่อไปในอนาคต” คณบดีวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ กล่าวปิดท้าย

 

 

#https://study-d.com/

Next Post

ศิลปศาสตร์ ม.รังสิต จัด "มหกรรมเกาหลีรังสิต 2023" 한국문화행사 2023

Thu Nov 30 , 2023
  สาขาวิชาภาษาเกาหลี วิทยาลัยศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต จัดมหกรรมเกาหลีรังสิต (Korean Festival 2023) ภายในงานได้รับเกียรติจาก ผศ.ดร.ปถมาพร […]