เปิดแผนที่อุดมศึกษาไทย 2569 กรุงเทพฯ ครองแชมป์ 2 ด้าน! นักศึกษาใหม่ 1.91 แสนคน บุคลากรวิชาการ 2.79 หมื่นคน นิติศาสตร์ยอดนิยม

เปิดแผนที่อุดมศึกษาไทย 2569 กรุงเทพฯ ครองแชมป์ 2 ด้าน! นักศึกษาใหม่ 1.91 แสนคน บุคลากรวิชาการ 2.79 หมื่นคน นิติศาสตร์ยอดนิยม หญิงเรียนมากกว่าชาย 7.6 หมื่นคน
สรุปประเด็นสำคัญ กรุงเทพฯ ไม่ได้เป็นเพียงเมืองหลวง แต่ยังเป็นศูนย์กลางนักศึกษาใหม่ของไทยอย่างโดดเด่น โดยมีนักศึกษาเข้าใหม่ 191,050 คน มากกว่าจังหวัดยโสธรซึ่งมี 54 คน ถึงประมาณ 3,538 เท่า สะท้อนความกระจุกตัวของโอกาสและทรัพยากรด้านอุดมศึกษาในเมืองหลวง
- นักศึกษาใหม่ทั่วประเทศ ปีการศึกษา 2569 ภาคการศึกษาที่ 1 รวม 482,527 คน
- กรุงเทพมหานครมีนักศึกษาใหม่ 191,050 คน คิดเป็น 39.59% และมีบุคลากรสายวิชาการ 27,859 คน มากที่สุดทั้งสองด้าน
- 5 จังหวัดแรกรวมกัน 293,678 คน หรือ 60.86% ของนักศึกษาใหม่ทั้งประเทศ
- นิติศาสตร์ครองแชมป์สาขายอดนิยม 29,547 คน มากกว่ารัฐศาสตร์ อันดับ 2 ประมาณ 1.87 เท่า
- นักศึกษาหญิง 279,394 คน (57.90%) มากกว่าชาย 76,261 คน
- ปริญญาตรียังเป็นระดับหลัก 430,602 คน หรือ 89.24%
ข้อมูลนักศึกษาใหม่และบุคลากรสายวิชาการเป็นตัวชี้วัดที่ช่วยให้เห็นโครงสร้างสำคัญของระบบอุดมศึกษาไทย ทั้งความนิยมในการเลือกเรียน การกระจายตัวของสถาบันอุดมศึกษา และทรัพยากรบุคคลที่ทำหน้าที่จัดการเรียนการสอนและพัฒนางานวิจัย
สำนักข่าวการศึกษาไทยวิเคราะห์รายงานจำนวนนักศึกษาเข้าใหม่ ปีการศึกษา 2569 ภาคการศึกษาที่ 1 ของสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.) ประกอบกับอินโฟกราฟิกบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาสายวิชาการ จำแนกตามภูมิภาค พบประเด็นสำคัญว่า กรุงเทพมหานครครองอันดับ 1 ทั้งจำนวนนักศึกษาใหม่และจำนวนบุคลากรสายวิชาการ สะท้อนบทบาทของเมืองหลวงในฐานะศูนย์กลางอุดมศึกษาไทย ขณะที่จังหวัดและภูมิภาคอื่นยังมีความแตกต่างกันทั้งด้านจำนวนผู้เรียนและทรัพยากรบุคลากร
1. กรุงเทพฯ ครองแชมป์ 2 ด้าน นักศึกษาใหม่เกือบ 2 แสนคน บุคลากรวิชาการ 2.79 หมื่นคน
ข้อมูลนักศึกษาเข้าใหม่ปีการศึกษา 2569 ซึ่งประมวลผล ณ วันที่ 8 ตุลาคม 2569 พบว่ามีนักศึกษาใหม่ทั่วประเทศรวม 482,527 คน โดยกรุงเทพมหานครมีจำนวนสูงที่สุด 191,050 คน คิดเป็น 39.59% ของนักศึกษาใหม่ทั้งหมด หรือเกือบ 4 ใน 10 คนของประเทศ
ขณะเดียวกัน อินโฟกราฟิกบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาสายวิชาการของ สป.อว. ข้อมูล ณ วันที่ 6 ตุลาคม 2569 ระบุว่ากรุงเทพมหานครมีบุคลากรสายวิชาการ “รวม” 27,859 คน มากที่สุดในประเทศ และเป็นพื้นที่ที่มี “จำนวนบุคลากรสูงสุดในทุกตำแหน่ง” โดยแยกตามตำแหน่งทางวิชาการได้ดังนี้
- ศาสตราจารย์ 667 คน
- รองศาสตราจารย์ 4,349 คน
- ผู้ช่วยศาสตราจารย์ 8,190 คน
- อาจารย์ 27,859 คน
เมื่อเทียบกับจังหวัดปทุมธานีซึ่งมีนักศึกษาใหม่เป็นอันดับ 2 จำนวน 36,761 คน พบว่ากรุงเทพมหานครมีนักศึกษาใหม่มากกว่าประมาณ 5.2 เท่า ส่วนบุคลากรสายวิชาการของกรุงเทพมหานครมากกว่าภาคกลางซึ่งเป็นอันดับ 2 (14,398 คน) ประมาณ 1.93 เท่า
เมื่อแยกตามกลุ่มสถาบัน นักศึกษาใหม่ทั่วประเทศอยู่ในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ 368,848 คน สถาบันอุดมศึกษาเอกชน 101,724 คน และสถานศึกษานอกสังกัด อว. 11,955 คน
ตัวเลขดังกล่าวทำให้เกิดคำถามสำคัญว่า การกระจุกตัวของนักศึกษาและบุคลากรในเมืองหลวงสะท้อนความแตกต่างด้านศักยภาพของระบบอุดมศึกษาแต่ละภูมิภาคอย่างไร และมหาวิทยาลัยในต่างจังหวัดจะพัฒนาความสามารถในการแข่งขันเพื่อดึงดูดผู้เรียนและบุคลากรคุณภาพได้อย่างไร
2. เปิดแผนที่ 68 จังหวัด กรุงเทพฯ นำโด่ง ปทุมธานีตามมาอันดับ 2
รายงานจำแนกนักศึกษาใหม่ตามจังหวัดที่ตั้งของสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งปรากฏข้อมูลทั้งหมด 68 จังหวัด พบว่ากรุงเทพมหานครมีจำนวนสูงที่สุด 191,050 คน ตามด้วยปทุมธานี 36,761 คน และเชียงใหม่ 25,631 คน
10 จังหวัดที่มีนักศึกษาใหม่มากที่สุด ปีการศึกษา 2569
| อันดับ | จังหวัด | นักศึกษาใหม่ (คน) |
|---|---|---|
| 1 | กรุงเทพมหานคร | 191,050 |
| 2 | ปทุมธานี | 36,761 |
| 3 | เชียงใหม่ | 25,631 |
| 4 | นครปฐม | 20,774 |
| 5 | สงขลา | 19,462 |
| 6 | มหาสารคาม | 18,423 |
| 7 | ชลบุรี | 16,449 |
| 8 | พิษณุโลก | 14,108 |
| 9 | นครราชสีมา | 11,252 |
| 10 | นครศรีธรรมราช | 10,738 |
ข้อสังเกตที่น่าสนใจคือ 5 จังหวัดแรก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี เชียงใหม่ นครปฐม และสงขลา มีนักศึกษาใหม่รวมกัน 293,678 คน คิดเป็น 60.86% ของนักศึกษาใหม่ทั่วประเทศ หมายความว่านักศึกษาใหม่มากกว่า 6 ใน 10 คนอยู่ในสถาบันที่ตั้งอยู่ใน 5 จังหวัดนี้
ส่วนจังหวัดที่มีนักศึกษาใหม่น้อยที่สุดในกลุ่มที่ปรากฏข้อมูล คือ ยโสธร 54 คน รองลงมาคือ สระแก้ว 82 คน พิจิตร 87 คน อุทัยธานี 88 คน และสมุทรสงคราม 95 คน
ข้อควรทราบในการอ่านข้อมูล
ข้อมูลชุดนี้นับตาม “จังหวัดที่ตั้งของสถาบัน” ไม่ใช่ภูมิลำเนาของนักศึกษา จึงไม่สามารถตีความได้ว่าจังหวัดที่มีนักศึกษาใหม่มากคือจังหวัดที่มีประชากรวัยเรียนมากที่สุด หรือจังหวัดที่มีนักศึกษาใหม่น้อยคือจังหวัดที่มีเด็กเรียนต่อในระดับอุดมศึกษาน้อยที่สุด
3. เปิดสถิติบุคลากรสายวิชาการ 7 ภูมิภาค กรุงเทพฯ มีมากที่สุด 27,859 คน
อินโฟกราฟิกของ สป.อว. ข้อมูล ณ วันที่ 6 ตุลาคม 2569 แสดงจำนวนบุคลากรสายวิชาการจำแนกตามภูมิภาค และตามตำแหน่งทางวิชาการ 4 ระดับ ได้แก่ ศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ และอาจารย์ โดยกรุงเทพมหานครมียอดรวมสูงสุด 27,859 คน ตามด้วยภาคกลาง 14,398 คน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 13,722 คน
บุคลากรสายวิชาการจำแนกตามภูมิภาคและตำแหน่งทางวิชาการ
| ภูมิภาค | ศ. | รศ. | ผศ. | รวม (ตามอินโฟกราฟิก) |
|---|---|---|---|---|
| กรุงเทพมหานคร | 667 | 4,349 | 8,190 | 27,859 |
| ภาคกลาง | 166 | 1,784 | 4,743 | 14,398 |
| ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ | 130 | 1,449 | 4,422 | 13,722 |
| ภาคเหนือ | 95 | 1,065 | 3,129 | 9,252 |
| ภาคใต้ | 80 | 849 | 2,881 | 8,002 |
| ภาคตะวันออก | 23 | 275 | 1,551 | 4,172 |
| ภาคตะวันตก | – | – | – | 1,386 |
| รวม 7 ภูมิภาค | 1,161 | 9,771 | 24,916 | 78,791 |
กรุงเทพมหานครมีบุคลากรสายวิชาการคิดเป็นประมาณ 35.36% ของยอดรวม 7 ภูมิภาค หรือมากกว่าหนึ่งในสาม และมีจำนวนเกือบ 2 เท่าของภาคกลาง ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นอันดับ 3 จำนวน 13,722 คน ซึ่งอินโฟกราฟิกระบุว่ามีจำนวนอาจารย์ใกล้เคียงภาคกลาง ตามด้วยภาคเหนือ 9,252 คน และภาคใต้ 8,002 คน ขณะที่ภาคตะวันตกมี 1,386 คน ต่ำที่สุดใน 7 ภูมิภาค และอินโฟกราฟิกแสดงเฉพาะตำแหน่งอาจารย์
ประเด็นนี้สำคัญต่อการศึกษาความสมดุลของระบบอุดมศึกษา เพราะบุคลากรสายวิชาการเป็นกำลังหลักในการจัดการเรียนการสอน การวิจัย การพัฒนาหลักสูตร และการผลิตบัณฑิต อย่างไรก็ตาม การมีบุคลากรมากไม่ได้หมายความว่าคุณภาพการศึกษาจะสูงกว่าโดยอัตโนมัติ จำเป็นต้องพิจารณาจำนวนสถาบัน จำนวนผู้เรียน ภาระงาน คุณวุฒิ และสาขาความเชี่ยวชาญประกอบด้วย
4. ศาสตราจารย์ทั่วประเทศ 1,161 คน กว่าครึ่งอยู่ในกรุงเทพฯ
เมื่อรวมตัวเลขตำแหน่งทางวิชาการจากทั้ง 7 ภูมิภาค พบว่ามีผู้ช่วยศาสตราจารย์ 24,916 คน รองศาสตราจารย์ 9,771 คน และศาสตราจารย์ 1,161 คน
| ตำแหน่งทางวิชาการ | จำนวน (คน) |
|---|---|
| ผู้ช่วยศาสตราจารย์ | 24,916 |
| รองศาสตราจารย์ | 9,771 |
| ศาสตราจารย์ | 1,161 |
| รวมผู้มีตำแหน่งทางวิชาการ | 35,848 |
เมื่อเทียบกับยอดรวมบุคลากร 78,791 คนตามอินโฟกราฟิก ผู้ดำรงตำแหน่ง ผศ. รศ. และ ศ. รวมกัน 35,848 คน คิดเป็นราว 45.5% ตัวเลขนี้แสดงว่าบุคลากรส่วนใหญ่ของระบบอุดมศึกษายังอยู่ในตำแหน่งอาจารย์
สำหรับกรุงเทพมหานครมีศาสตราจารย์ 667 คน คิดเป็น 57.45% ของศาสตราจารย์ทั้งหมดใน 7 ภูมิภาค หรือมากกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศ ขณะที่ภาคตะวันออกมีศาสตราจารย์ 23 คน และภาคตะวันตกไม่ปรากฏตัวเลขตำแหน่งนี้ในอินโฟกราฟิก
จึงเป็นประเด็นที่ควรศึกษาต่อว่า บุคลากรที่มีตำแหน่งทางวิชาการระดับสูงกระจุกตัวอยู่ในสถาบันหรือสาขาวิชาใด และมหาวิทยาลัยในภูมิภาคมีโอกาสพัฒนาบุคลากรเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการระดับสูงมากน้อยเพียงใด
5. นิติศาสตร์ครองแชมป์สาขายอดนิยม นักศึกษาใหม่ 29,547 คน
อีกประเด็นที่โดดเด่นคือการจัดอันดับสาขาวิชาที่ได้รับความนิยม โดยนิติศาสตร์ครองอันดับ 1 มีนักศึกษาใหม่ 29,547 คน ทิ้งห่างรัฐศาสตร์ซึ่งอยู่อันดับ 2 จำนวน 15,830 คน ประมาณ 1.87 เท่า
10 สาขาวิชาที่มีนักศึกษาใหม่มากที่สุด
| อันดับ | สาขาวิชา | จำนวน (คน) |
|---|---|---|
| 1 | นิติศาสตร์ | 29,547 |
| 2 | รัฐศาสตร์ | 15,830 |
| 3 | บริหารธุรกิจ | 15,133 |
| 4 | การจัดการ | 14,787 |
| 5 | บัญชี | 14,636 |
| 6 | รัฐประศาสนศาสตร์ | 13,606 |
| 7 | พยาบาลศาสตร์ | 12,281 |
| 8 | ภาษาอังกฤษ | 8,359 |
| 9 | วิศวกรรมไฟฟ้า | 7,103 |
| 10 | การตลาด | 7,070 |
การที่นิติศาสตร์มีผู้เรียนใหม่เกือบ 30,000 คน เป็นตัวเลขที่น่าสนใจ เนื่องจากสาขานี้ต่อยอดไปสู่อาชีพได้หลากหลาย ทั้งทนายความ ผู้พิพากษา อัยการ นิติกร เจ้าหน้าที่กฎหมายในหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ตลอดจนงานด้านกฎหมายธุรกิจและกฎหมายระหว่างประเทศ
ส่วนกลุ่มบริหารธุรกิจ การจัดการ บัญชี และการตลาด มีนักศึกษาใหม่รวมกัน 51,626 คน สะท้อนว่าการเรียนด้านธุรกิจยังเป็นทางเลือกสำคัญของผู้เรียน ขณะที่รัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์มีนักศึกษาใหม่รวมกัน 29,436 คน แสดงถึงความสนใจในศาสตร์ด้านการเมือง การปกครอง และการบริหารภาครัฐ
อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้เข้าเรียนที่สูงไม่ได้หมายความว่าตลาดแรงงานจะมีตำแหน่งรองรับเพียงพอทั้งหมด จำเป็นต้องพิจารณาข้อมูลการมีงานทำของบัณฑิตและความต้องการกำลังคนในแต่ละสาขาประกอบด้วย
หมายเหตุการจัดอันดับสาขา
การจัดอันดับรวมยอดเฉพาะแถวระดับสาขาวิชาที่มีชื่อเหมือนกันจากทุกสถาบัน และแยกชื่อสาขาที่ต่างกันออกจากกัน เช่น “บัญชี” (14,636 คน) กับ “การบัญชี” (5,929 คน) ไม่ได้รวมเป็นรายการเดียวกัน
6. ผู้หญิงเรียนมหาวิทยาลัยมากกว่าผู้ชาย 76,261 คน
ข้อมูลนักศึกษาใหม่จำแนกตามเพศพบว่า นักศึกษาหญิงมีจำนวน 279,394 คน คิดเป็น 57.90% ขณะที่นักศึกษาชายมีจำนวน 203,133 คน คิดเป็น 42.10%
| เพศ | นักศึกษาใหม่ (คน) | สัดส่วน |
|---|---|---|
| หญิง | 279,394 | 57.90% |
| ชาย | 203,133 | 42.10% |
| รวม | 482,527 | 100% |
นักศึกษาหญิงมีจำนวนมากกว่านักศึกษาชาย 76,261 คน หรือประมาณ 1.38 เท่า แม้แต่ในสาขานิติศาสตร์ที่เป็นอันดับ 1 ก็มีนักศึกษาหญิง 16,533 คน มากกว่าชายซึ่งมี 13,014 คน
เป็นประเด็นที่น่าศึกษาต่อว่า เมื่อจำแนกตามคณะและสาขาวิชาแล้ว ผู้หญิงกับผู้ชายมีแนวโน้มเลือกเรียนแตกต่างกันอย่างไร อย่างไรก็ตาม ข้อมูลชุดนี้เป็นสถิติของปีการศึกษาเดียว จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าจำนวนนักศึกษาหญิงเพิ่มขึ้นหรือลดลงจากปีก่อนหน้าเท่าใด
7. ปริญญาตรียังครองสัดส่วนสูงสุด นักศึกษาใหม่ 430,602 คน
เมื่อจำแนกตามระดับการศึกษา ปริญญาตรียังเป็นระดับที่มีนักศึกษาใหม่มากที่สุด 430,602 คน คิดเป็น 89.24% ของนักศึกษาใหม่ทั้งหมด รองลงมาคือปริญญาโท 35,684 คน ปริญญาเอก 6,055 คน ประกาศนียบัตรบัณฑิต 3,606 คน และ ปวส. 3,154 คน
จำนวนนักศึกษาใหม่จำแนกตามระดับการศึกษา
| ระดับการศึกษา | จำนวน (คน) |
|---|---|
| ประกาศนียบัตร | 461 |
| ปวช. | 2,107 |
| ปวส. | 3,154 |
| อนุปริญญา | 109 |
| ปริญญาตรี | 430,602 |
| ประกาศนียบัตรบัณฑิต | 3,606 |
| ปริญญาโท | 35,684 |
| ประกาศนียบัตรบัณฑิตชั้นสูง | 749 |
| ปริญญาเอก | 6,055 |
| รวม | 482,527 |
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าปริญญาตรียังเป็นเส้นทางการศึกษาหลักของผู้เรียนในระบบอุดมศึกษาไทย ขณะที่ระดับบัณฑิตศึกษามีจำนวนลดหลั่นลงมาตามระดับ ส่วนอนุปริญญามีเพียง 109 คน
8. เปิดช่องว่างข้อมูล สถาบันอุดมศึกษาบางแห่งยังไม่จัดส่งข้อมูล
แผ่นงานสรุปผลการจัดส่งข้อมูลระบุว่า สถาบันอุดมศึกษาของรัฐมีทั้งหมด 83 แห่ง จัดส่งแล้ว 75 แห่ง และยังไม่จัดส่ง 8 แห่ง ได้แก่
- มหาวิทยาลัยขอนแก่น
- มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
- สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
- มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
- มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา
- มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา
- มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์
- สถาบันวิทยาลัยชุมชน
ส่วนสถาบันอุดมศึกษาสังกัดกระทรวงอื่นมีทั้งหมด 18 แห่ง จัดส่งแล้ว 13 แห่ง และยังไม่จัดส่ง 5 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า โรงเรียนนายเรือ โรงเรียนนายเรืออากาศนวมินทกษัตริยาธิราช โรงเรียนเสนาธิการทหารบก และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
ข้อควรระวัง
แผ่นงานสรุประบุว่าสถาบันอุดมศึกษาเอกชนมี 70 แห่ง แต่ช่องจำนวนที่จัดส่งแล้วเว้นว่างไว้ จึงไม่ควรสรุปจำนวนสถาบันที่จัดส่งข้อมูลทั้งหมดโดยไม่ยืนยันเพิ่มเติม นอกจากนี้ การที่ยังมีสถาบันไม่จัดส่งข้อมูล รวมถึงมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่หลายแห่ง ทำให้ตัวเลขนักศึกษาใหม่ในรายงานนี้อาจยังไม่ครอบคลุมทุกสถาบัน
9. วิเคราะห์ภาพใหญ่ อุดมศึกษาไทยกำลังสะท้อนอะไร?
เมื่อพิจารณาข้อมูลทั้งหมดร่วมกัน จะเห็นประเด็นสำคัญของระบบอุดมศึกษาไทยอย่างน้อย 4 ด้าน
หนึ่ง กรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางทั้งผู้เรียนและบุคลากร
กรุงเทพมหานครมีนักศึกษาใหม่ 191,050 คน และบุคลากรสายวิชาการ 27,859 คน มากที่สุดในข้อมูลทั้งสองชุด สะท้อนบทบาทของเมืองหลวงในฐานะศูนย์กลางอุดมศึกษาไทย
สอง โอกาสทางการศึกษาและทรัพยากรบุคลากรกระจายตัวไม่เท่ากัน
นักศึกษาใหม่กว่า 60% อยู่ใน 5 จังหวัดแรก ขณะที่บุคลากรสายวิชาการกระจุกตัวในกรุงเทพมหานครมากกว่าหนึ่งในสามของยอดรวม 7 ภูมิภาค และศาสตราจารย์กว่าครึ่งของประเทศอยู่ในกรุงเทพฯ จึงควรศึกษาต่อถึงความเพียงพอของบุคลากรและความสามารถในการรองรับผู้เรียนของมหาวิทยาลัยแต่ละภูมิภาค
สาม สาขาด้านกฎหมายและธุรกิจยังได้รับความนิยมสูง
นิติศาสตร์ครองอันดับ 1 ส่วนกลุ่มบริหารธุรกิจ การจัดการ บัญชี และการตลาด มีผู้เรียนรวมกันกว่า 51,000 คน สะท้อนความสนใจในสายวิชาชีพและการประกอบธุรกิจ
สี่ ผู้หญิงมีสัดส่วนการเข้าศึกษาต่อสูงกว่าผู้ชาย
นักศึกษาหญิงมีสัดส่วนเกือบ 58% ของนักศึกษาใหม่ทั้งหมด เป็นข้อมูลที่ควรศึกษาต่อในระดับคณะและสาขาวิชา รวมถึงเปรียบเทียบข้อมูลย้อนหลังเพื่อดูแนวโน้มระยะยาว
บทสรุป กรุงเทพฯ ไม่ได้เป็นเพียงเมืองหลวง แต่เป็นศูนย์กลางกำลังคนอุดมศึกษาไทย
ข้อมูลนักศึกษาใหม่ปีการศึกษา 2569 จำนวน 482,527 คน เมื่อพิจารณาร่วมกับข้อมูลบุคลากรสายวิชาการ ณ วันที่ 6 ตุลาคม 2569 แสดงภาพสำคัญว่า กรุงเทพมหานครมีทั้งนักศึกษาใหม่และบุคลากรสายวิชาการมากที่สุดในประเทศ ขณะที่นิติศาสตร์เป็นสาขาวิชาที่ได้รับความนิยมสูงสุด 29,547 คน นักศึกษาหญิงมากกว่าชาย 76,261 คน และปริญญาตรียังเป็นระดับการศึกษาหลักของระบบอุดมศึกษาไทย
คำถามสำคัญจากตัวเลขเหล่านี้คือ มหาวิทยาลัยในภูมิภาคจะสร้างความเข้มแข็งและดึงดูดผู้เรียนได้อย่างไร บุคลากรสายวิชาการกระจายตัวอย่างเหมาะสมหรือไม่ และหลักสูตรที่เปิดสอนตอบโจทย์ตลาดแรงงานในอนาคตได้มากน้อยเพียงใด
เพราะความสำเร็จของอุดมศึกษาไทยไม่ได้อยู่ที่จำนวนผู้เรียนหรือจำนวนบุคลากรเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสร้างระบบการศึกษาที่มีคุณภาพ กระจายโอกาสอย่างทั่วถึง และผลิตกำลังคนที่ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศในทุกภูมิภาค
แหล่งข้อมูลและวิธีการวิเคราะห์
1. สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, รายงานจำนวนนักศึกษาเข้าใหม่ ปีการศึกษา 2569 ภาคการศึกษาที่ 1 (ชุดข้อมูล DS1001) ประมวลผลข้อมูล ณ วันที่ 8 ตุลาคม 2569
2. สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, อินโฟกราฟิกบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาสายวิชาการ จำแนกตามภูมิภาค ข้อมูล ณ วันที่ 6 ตุลาคม 2569 (www.ops.go.th)
ข้อมูลนักศึกษาใหม่ประมวลผลเฉพาะผู้มีสถานภาพลงทะเบียนเรียนหรือรักษาสถานภาพนักศึกษา (std_status = 1 หรือ 2) และจำแนกจังหวัดตามที่ตั้งสถาบัน การจัดอันดับสาขาวิชารวมยอดเฉพาะแถวระดับสาขาวิชาที่มีชื่อเดียวกัน ข้อมูลบุคลากรใช้ยอด “รวม” ตามที่ปรากฏในอินโฟกราฟิก ส่วนยอดรวมรายตำแหน่ง ศ. รศ. และ ผศ. คำนวณจากตัวเลขของทั้ง 7 ภูมิภาค
สำนักข่าวการศึกษาไทย
